posttoday
ล็อกซเล่ย์แรงหวังปี2558รายได้กระฉูด

ล็อกซเล่ย์แรงหวังปี2558รายได้กระฉูด

17 ตุลาคม 2555

กลุ่มธุรกิจการค้าและต่างประเทศของล็อกซเล่ย์ ชูธงกลยุทธ์ “Transformer” ฝันอีก 3 ปี ปั้นรายได้โตเท่าตัว

กลุ่มธุรกิจการค้าและต่างประเทศของล็อกซเล่ย์ ชูธงกลยุทธ์ “Transformer” ฝันอีก 3 ปี ปั้นรายได้โตเท่าตัว

นายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ ผู้ดูแลรับผิดชอบสายงานกลุ่มธุรกิจการค้าและต่างประเทศ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาสายงานกลุ่มธุรกิจการค้าฯ สามารถทำรายได้ให้กับกลุ่มล็อกซเล่ย์ประมาณ 33% ของรายได้รวม

ทั้งนี้ จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทางทีมงานได้มีการเตรียมตัวให้พร้อมชูกลยุทธ์ “Transformer” โดยการลดความเสี่ยงจากการเป็นคนกลาง มาเป็นพัฒนาแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา การต่อยอดจุดแข็งจากเครือข่ายทางการค้า 4 หมื่นแห่ง ในการสร้างผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมในซัพพลายเชน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ เพิ่มจุดแข็งในการเข้าสู่ตลาดอาเซียน หรือเออีซี รวมทั้งสร้างรายได้เพิ่มจากกลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร เพื่อเป็นตัวผลักดันให้รายได้ในภาพรวมโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนงานดังกล่าว ทางกลุ่มได้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้อีก 1 เท่าตัว จากเดิมที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 4,500 ล้านบาท ให้ได้ในปี 2558 บาท โดยกลุ่มธุรกิจอาหาร จะเน้นสร้างแบรนด์พร้อมเพิ่มผลิตภัณฑ์โดยใช้จุดแข็งจากเครือข่ายที่มีอยู่ ส่วนกลุ่ม Nonfood ใช้จุดแข็งจาก Synergy และ Network ของกลุ่มล็อกซเล่ย์รวมทั้งการขยายตัวของกลุ่มInterTradeเป็นตัวผลักดันรายได้

ท กลุ่ม Food ผลักดัน Own Brand ผ่านจุดแข็งจาก Network เดิมเพื่อเพิ่มรายได้และกำไร

นายโกสุม สินเพิ่มสุขสกุล กรรมการบริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ กล่าวว่า ในกลุ่มธุรกิจอาหารมีรายได้มาจาก 2 ส่วน คือ จากบริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง และจากธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นAI ในขณะนี้บริษัทฯได้มีปรับ Business Model เพื่อเสริมจุดแข็งให้แก่ธุรกิจมากขึ้น โดยการทำหน้าที่เป็น Solution Provider ให้กับทุกธุรกิจใน Value Chain ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยจะดำเนินงานตั้งแต่พัฒนาแบรนด์ของตนเอง ทำการตลาดเอง มีธุรกิจร้านค้าปลีกของตนเอง

ปัจจุบัน บริษัทฯมีสินค้าเครื่องดื่มธัญญพืชในแบรนด์ของตนเองคือ Good Time และกำลังเริ่มสร้างแบรนด์ในส่วนของ Food Service Segment ซึ่งได้แก่ ร้านอาหารญี่ปุ่น WaQ (Shabu&Yakiniku), Meshiya, AI Sushi รวมถึงการเป็น Master Franshise แบรนด์ดังของญี่ปุ่นคือ Dohtonbori Okonomiyaki และ Tetsumen Ramen รวมไปถึงการต่อยอดแบรนด์ทั้งหมดในรูปแบบ ReadytoEat Meal กระจายสินค้าไปตามเครือข่ายที่มีอยู่

คุณโกสุม กล่าวว่า จากกลยุทธ์ข้างต้น และการต่อยอดด้วยการขยายธุรกิจไปในรูปแบบแฟรนไชส์ และตั้งรายได้ 4,000 ล้านบาท ในปี 2558

ด้าน ร.ท.เฉลิมโชค ล่ำซำ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ ซึ่งดูแลธุรกิจกลุ่มนันฟู้ด กล่าวว่า ธุรกิจถึงนโยบายของกลุ่มแยกตามธุรกิจหลักได้ดังนี้ กลุ่มเคมีภัณฑ์ สินค้าหลักเป็นเคมีภัณฑ์ที่นำเสนอแก่กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ผลิตสินค้า เช่น ผู้ผลิตผงซักฟอก เครื่องสำอาง อาหาร และยา กลุ่มนี้ทำรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท โดยเคมีภัณฑ์จัดเป็นฐานรายได้ที่สำคัญของกลุ่ม โดยจากจุดแข็งที่มีคู่ค้าเป็นโรงงานของผู้ผลิตมากกว่า 500 แห่งและมีการทำธุรกิจมานาน กลุ่มนี้จะเป็นกำลังสำคัญทั้งในแง่รายได้และกำไร

และปีนี้คาดว่าจะทำรายได้ประมาณ 1,700 ล้านบาท ทางกลุ่มตั้งเป้าผลักดันเป็น 5,000 ล้านบาท ให้ได้ภายในปี 2558โดยมีกลุ่มเคมีภัณฑ์และกลุ่ม Parts Zone เป็นฐานรายได้ ส่วนกลุ่มธุรกิจ CM&G ที่มีศักยภาพสูงจากงานในมือและ InterTrade จากการเพิ่มขึ้นของโอกาสทางการตลาดเป็นตัวผลักดันรายได้ให้โตขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท