
กมธ.วุฒิฯแนะรัฐทบทวนจำนำข้าว
กมธ.เศรษฐกิจวุฒิฯแนะรัฐบาลควรปรับนโยบายรับจำนำข้าว ย้ำประโยชน์ไม่ตกถึงมือเกษตรกรยากจน เน้นแก้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าวคลายปัญหาทั้งหมด
กมธ.เศรษฐกิจวุฒิฯแนะรัฐบาลควรปรับนโยบายรับจำนำข้าว ย้ำประโยชน์ไม่ตกถึงมือเกษตรกรยากจน เน้นแก้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าวคลายปัญหาทั้งหมด
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ที่มีนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สว. สรรหา เป็นประธาน ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาวิเคราะห์นโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจไทย และการพิจารณารายงานการศึกษาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าและข้าวหอมมะลิอันเป็นนโยบายของรัฐที่อาจส่งผลกระทบถึงเกษตรกร สภาวะการณ์หนี้สาธารณะ และปัญหาเศรษฐกิจในอนาคต
นายวิชัย พยัคโส ที่ปรึกษากิตมศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายรับจำนำข้าว ส่วนใหญ่จะพบปัญหา คือ 1.รัฐบาลกำหนดราคาจำนำข้าวที่สูงเกินกว่าท้องตลาด 40% ทำให้ไม่เกษตรกรมาไถ่ถอนคืน ข้าวจึงอยู่ในโกดังเป็นจำนวนมาก 2.รัฐบาลไม่สามารถระบายข้าว หากระบายข้าวได้ทำให้รัฐบาลขาดทุน ประมาณ 1-1.3 แสนล้านบาท และ3.โรงสีไม่ซื่อสัตย์ต่อชาวนา โดยเฉพาะการออกใบประทวนไม่ตรงกับความเป็นจริงพื้นที่นา ความชื้น รวมถึงมีการนำข้าวจากต่างประเทศมาสวมสิทธิ
นอกจากนี้ ชาวนามี 4 ล้านครัวเรือน แต่ได้รับประโยชน์เพียง 1 ล้านราย ซึ่งเป็นชาวนาที่รวย แต่ชาวนายากจนกลับไม่ได้รับประโยชน์ ทั้งนี้ หากจำนำต่อไปจะเกิดปัญหาในเรื่องที่เก็บที่อาจไม่เพียงพอ โรงสีไม่รับจำนำข้าว ใบประทวนที่ออกไม่สามารถไปเบิกเงินได้ หากรัฐบาลขายข้าวขาดทุนจะทำให้เกิดหนี้สาธารณะ ดังนั้น จำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขโครงการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง อาทิ รัฐบาลควรทบทวนนโยบายดังกล่าวทั้งหมด เช่น กำหนดปริมาณ กำหนดวงเงินรับจำนำ โดยเน้นเกษตรกรรายได้ต่ำให้มีโอกาสเข้าถึงโครงการ และเปิดโอกาสให้ใช้กลไกตลาดภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการระบายข้าวในสต๊อก มิฉะนั้น ข้าวอาจจะเสื่อม
สำหรับการขายลักษณะรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ควรพิจารณาบางประเทศที่เป็นประเทศใหม่ๆ เช่น สเปน อเมริกาใต้ และต้องเปิดเผยปริมาณและราคาให้กับประชาชนได้รับทราบ นอกจากนี้ รัฐบาลต้องวิจัยพัฒนาพันธ์ข้าวไทยให้ได้คุณภาพดี เพื่อขายได้ในราคาที่สูง และเป็นการสนับสนุนให้ลดปัจจัยการผลิตซึ่งเป็นต้นทุนที่สูง และรัฐบาลต้องพิจารณาการปรับปรุงที่ดินใหม่ เพราะมีกลุ่มนายทุนต่างชาติ จ้างคนไทยเป็นเจ้าของเพื่อถือครองที่ดิน ทำให้ผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ตกที่นายทุนเท่านั้น
นายชัยวัฒน์ จันวิไล ที่ปรึกษากิตมศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาของโครงการรับจำนำข้าว ถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาจะแก้ปัญหาด้วยการประกันราคาข้าวหรือจำนำ ถือว่าไม่ตอบโจทย์ และการจำนำข้าวพบว่ามีผลเสียและข้อจำกัดมากมาย อีกทั้ง พบปัญหาเกิดขึ้นทุกขั้นตอน แต่สิ่งสำคัญและเป็นประเด็นหลัก คือ ไทยถือเป็นประเทศที่ผลิตข้าวที่ดีที่สุดในโลก แต่พบว่าชาวนาส่วนใหญ่ยังยากจน
“วันนี้ปัญหามันอยู่ที่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมของข้าว เริ่มตั้งแต่การค้าข้าวเมื่อ 100 ปี แต่ขบวนขั้นตอนต่อไปที่มันเป็นค่าทางตลาด ไปอยู่ที่ค่าการขายทั้งหมด ชาวนารับความเสี่ยงทั้งหมด เช่น น้ำท่วม ดังนั้น อยากให้มีการพิจารณาห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าวทั้งกระบวนการ ถึงจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะออกโครงการอะไรก็ไม่สามารถแก้ได้ เพราะมีผู้ที่จ้องหาผลประโยชน์ทุกขั้นตอน ทุกกระบวน”นายชัยวัฒน์ กล่าว







