
ราคาน้ำมันปีหน้าพุ่ง
มีโอกาสทะลุ130เหรียญสหรัฐ เตือนรัฐลดพยุงดีเซลก่อนเจ๊ง
มีโอกาสทะลุ130เหรียญสหรัฐ เตือนรัฐลดพยุงดีเซลก่อนเจ๊ง
นักวิชาการคาดราคาน้ำมันปีหน้าหวือหวา ต้นปีมีโอกาสทะลุ 130 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรล เตือนทยอยลดอุ้มราคาดีเซลก่อนประเทศพัง
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวภายในงาน The Annual Petroleum Outlook Forum -“ถอดรหัส” ราคาน้ำมันโลกปี 2013 และเจาะลึกโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จัดโดยทีมวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันกลุ่ม ปตท. ถึงทิศทางราคาน้ำมันในปี 2556 ว่า แนวโน้มราคาน้ำมันในปีหน้ามีความผันผวนพอสมควร คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะเคลื่อนไหว 105-110 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรล บางช่วงอาจปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ความต้องการใช้น้ำมันของประเทศไทยในปีหน้าก็จะสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งในส่วนของเบนซิน แก๊สโซฮอล์ เป็นผลของนโยบายรถคันแรก เช่นเดียวกับดีเซล เนื่องจากมีการตรึงราคาขายปลีก 30 บาท/ ลิตร และมีการชะลอการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตดีเซล ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 2554 ถึงปัจจุบัน 1 ปี 7 เดือน รัฐบาลเสียรายได้ภาษีสรรพสามิต 1.68 แสนล้านบาท หากปล่อยไว้สุดท้ายประเทศจะพัง
“นโยบายตรึงราคาดีเซลเป็นผลพวงจากรัฐบาลที่แล้ว ถือเป็นโรคติดต่อทางการเมือง หรือเจ๊เกียวโฟเบีย (Jekeophobia) พอราคาน้ำมันดีเซลขึ้นเมื่อไหร่ เจ๊เกียวก็ออกมาทันที ดังนั้นควรมีการเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ใกล้เคียงกันทั้งเบนซินและดีเซล ขณะเดียวกันควรเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเล็กน้อย เพื่อไว้ใช้รักษาเสถียรภาพ”นายมนูญ กล่าว
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาน้ำมันซึ่งต้องจับตา คือ การเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา เพราะอาจมีการปล่อยน้ำมันสำรองออกมาเพื่อหาเสียงระยะสั้น ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง แต่ปริมาณกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) ยังมีพอ จึงทำให้ราคาน้ำมันยังมีเสถียรภาพ
นอกจากจะมีข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางออกมาจะเป็นตัวซ้ำเติมเหตุการณ์รุนแรง รวมถึงการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไม่มีขีดจำกัดของประชาชน ทำให้มีปัญหารัฐบาลต้องกู้ ซึ่งเป็นภาระของประเทศ
ทั้งนี้ มองว่าราคาน้ำมันปีหน้าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-120 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรล ราคาน้ำมันจะมีความหวือหวาจากเหตุการณ์ทางการเมืองในตะวันออกกลาง หากมีการสู้รบกันระหว่างซีเรียตุรกี อาจดันให้ราคาน้ำมันทะลุ 130 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรลได้ แต่พอเหตุการณ์ยุติราคาน้ำมันจะซึมตัวลงตามสภาพเศรษฐกิจ โลก และจะกลับไปผงกหัวขึ้นอีก ครั้งช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2556 โดยภาพรวมปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศปีนี้คาดว่าจะโต 6% โดยเฉพาะกลุ่มเบนซินและดีเซล ส่วนปีหน้าคาดว่าจะโต 4%







