
ทีโอทีเปิดเติมเงิน 3 จี ผ่านเอทีเอ็ม
ทีโอที เตรียมขยับเติมเงินมือถือ 3 จี ผ่าน เอทีเอ็ม หลังยอดใช้บริการทะลุเป้า 200 ล้านบาท
ทีโอที เตรียมขยับเติมเงินมือถือ 3 จี ผ่าน เอทีเอ็ม หลังยอดใช้บริการทะลุเป้า 200 ล้านบาท
นายสุจินต์ กดทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า เตรียมเปิดให้บริการเติมเงินระบบ 3 จี ผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ภายในไตรมาส 2 นี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าในส่วนนี้ให้มากขึ้น รวมทั้งยังเป็นบริการที่สร้างรายได้ให้กับทีโอทีด้วย
บริการเติมเงิน 3 จี ผ่านตู้เอทีเอ็มนั้น ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มของบริการทีโอที พรีเพด ที่ปัจจุบันมีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด เห็นได้จากปีที่แล้วที่มีรายได้ 150 ล้านบาทเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมประมาณ 80 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ที่ 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ การเติมเงิน 3 จีผ่านเอทีเอ็ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ใช้บริการมือถือ 3 จี ของ ทีโอที 1 แสนราย ที่ขณะนี้ ต้องเติมเงินผ่านจุดให้บริการของทีโอทีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งการขยายจุดเติมเงินที่ครอบคลุมมากขึ้นนั้น ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ 3 จี
นอกจากนี้ ได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยเปิดรับชำระค่าบริการทีโอที คือ ทีโอที พรีเพด และ ทีโอที ไว-ไฟ (จุดให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง) ผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยที่มีอยู่ 6,500 เครื่อง และรถบริการธนาคาร 88 คัน ซึ่งทางกรุงไทยยังอยู่ระหว่างขยายตู้เอทีเอ็มเพิ่มอีก 1,200 เครื่องในสิ้นปีนี้อีกด้วย
นายสุจินต์ กล่าวว่า ทีโอทีตั้งเป้ามีรายได้จากความร่วมมือครั้งนี้ที่ 5% ของรายได้รวม 200 ล้านบาท ผ่านทางฐานลูกค้าเอทีเอ็มของกรุงไทยที่มีอยู่ประมาณ 14 ล้านราย ซึ่งในอนาคต ทีโอทีมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปยังธนาคารอื่นๆ เช่น ไทยพาณิชย์ ทหารไทย หลังจากได้ร่วมมือกับธนาคานครหลวงไทยไปก่อนหน้านี้
ขณะที่แผนการขยายจุดให้บริการไว-ไฟ นั้น คาดว่าจะติดตั้งเพิ่มอีก 2,000 จุดในสิ้นปี จากเดิมที่มีอยู่ 2,500 จุด โดยเน้นตามแหล่งท่องเที่ยว และ แหล่งชุมชนที่มีการใช้งานสูง
ด้านนางศรีประภา พริ้งพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงานธุรกิจภาครัฐ กรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารไม่ได้ คำนึงถึงรายได้จากการทำธุรกรรมผ่านเอทีเอ็มที่ร่วมมือกับพันธมิตรมากนัก แต่เน้นเรื่องความสะดวกลูกค้าเป็นหลัก รวมทั้งยังช่วยขยายฐานไปยังลูกค้าของพันธมิตรให้เปิดบัญชีและเอทีเอ็มของธนาคาเพิ่มมากขึ้น จากที่มีอยู่ 14 ล้านราย







