
ชาวลาวแห่ซื้อสินค้าจีนหลังปิดพรมแดนห้าเข้าไทย
ผู้ประกอบการชายแดนโอดรายได้หดหลังลาวประกาศห้ามประชาชนข้ามฝั่งเข้าไทยหวั่นม็อบเสื้อแดง
ผู้ประกอบการชายแดนโอดรายได้หดหลังลาวประกาศห้ามประชาชนข้ามฝั่งเข้าไทยหวั่นม็อบเสื้อแดง
นางสุพรรณ ไชยวงศ์ เจ้าของกิจการ ร้านธนากรการเกษตร บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแจมป๋อง ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย กล่าวว่า ภายหลังที่ทางการของ สปป.ลาวสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนใน สปป.ลาวข้ามฝั่งมายังประเทศไทย ส่งผลให้ขณะนี้ตลาดการค้าชายแดนของฝั่งไทยเงียบเหงาลงอย่างมาก อีกทั้ง รายได้ที่เคยได้จากการค้าขาย ประมาณหลักหมื่น ถึงหลักแสนบาทต่อวันก็ลดลง เหลือไม่ถึงหลักพันบาทต่อวัน
อย่างไรก็ตามลาวประกาศห้างดังกล่าวแม้แต่ประชาชนของลาวเอง ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เพราะไม่สามารถเดินทางข้ามมาจับจ่ายซื้อของได้ตามปกติ เพราะเดิมประชาชนส่วนใหญ่ของลาว จะเดินทางข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าจากฝั่งไทยอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อมีการสั่งห้ามเดินทางข้ามฝั่งระหว่างพรมแดน จึงส่งผลอย่างหนักต่อประชาชนของ สปป.ลาว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคต่างเป็นที่ต้องการอย่างมากในขณะนี้
“เท่าที่ได้ทราบและพูดคุยกับพี่น้องชาวลาว พบว่า ทางฝั่งลาวเข้มงวดเรื่องการเดินทางข้ามฝั่งอย่างมาก จึงทำให้ประชาชนของฝั่งลาวไม่สามารถเดินทางข้ามมาซื้อสินค้าได้เลย ยกเว้นมีความจำเป็นจริงๆเท่านั้น ทางด่านตรวจคนเข้าเมืองของฝั่ง สปป.ลาว จึงจะออกใบผ่านแดนให้เป็นรายๆไป ซึ่งประชาชนทาง สปป.ลาวก็เดือดร้อนอย่างหนักเช่นกัน เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคเริ่มหมด และไม่สามารถเดินทางข้ามมาซื้อได้ อีกทั้งรายได้ของประชาชนฝั่งไทย ก็ลดลงอย่างหนักเช่นกัน ซึ่งสาเหตุที่ทางการลาวออกมาประกาศห้าม ก็ไม่มีใครทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง แม้แต่เจ้าหน้าที่ของ ลาวเองก็ไม่ทราบเช่นกัน แต่หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปชาวบ้านก็จะเดือดร้อนหนักขึ้น เพราะผ่านมา 2 อาทิตย์แล้ว สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย”นางสุพรรณ กล่าว
ด้านนายวินัย ฉินทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรเชียงแสน กล่าวว่า หลังจากวันที่ 23 มี.ค.นี้ เชื่อมั่นว่าสถานการณ์คงจะดีขึ้น แต่ทั้งนี้ หากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยังยืดเยื้อ คาดว่าทางการประเทศลาวก็น่าจะยืดเยื้อด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบริเวณพรมแดนไทย-ลาวต่างได้รับผลกระทบ เพราะการค้าขายเงียบเหงาลงมาก รายได้ของประชาชนก็ลดลงเช่นกัน
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เกรงว่าประชาชนฝั่ง สปป.ลาวอาจจะหันไปบริโภคสินค้าจากจีนแทน เนื่องจากไม่สามารถเดินทางข้ามมาซื้อที่พรมแดนไทยได้ และแม้ว่าประชาชนฝั่ง สปป.ลาวจะนิยมบริโภคและใช้สินค้าของไทยมากก็ตาม แต่หากไม่มีทางเลือกก็อาจต้องเปลี่ยนไปใช้สินค้าจากจีนทดแทน
“สถานการณ์การค้าบริเวณพรมแดนขณะนี้ ผู้ประกอบการต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ แม้ว่าประชาชนจากฝั่ง สปป.ลาวมีความต้องการสินค้าจากไทยจำนวนมากก็ตาม ปัญหานี้จะคลี่คลายจนกว่าประเทศลาว จะไฟเขียวให้ประชาชนเดินทางเข้าออกตามปกติ”นายวินัย กล่าว







