
ขุนคลังเยอรมันแย้มหาทางคุมเงินทุน
ขุนคลังเยอรมันเสนอหามาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายเงินทุน
ขุนคลังเยอรมันเสนอหามาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายเงินทุน
นายโวล์ฟกัง ชอยเบิล รมว.คลังเยอรมนี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานครบรอบ 70 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในหัวข้อ “Asia and Europe What we can learn from each other: Towards an economic policy model for the future” ว่า สิ่งที่สหภาพยุโรปกำลังมองหาในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปในขณะนี้ คือ การหาแนวทางหรือวิธีการที่จะมาสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน
ขณะที่การประชุมธนาคารโลกที่โตเกียวก็เห็นพ้องว่า การปล่อยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายที่ไหลเข้าแบบอิสรเสรีอย่างต่อเนื่องที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จะทำลายเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปและเศรษฐกิจโลกหรือไม่
นอกจากนี้ กำลังพิจารณาว่ามีวิธีการใดจะมาสร้างความสมดุลทางการเงินของระบบเศรษฐกิจยุโรป
นายชอยเบิล กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องทำอีกประเด็นหนึ่งในขณะนี้คือการหลีกเลี่ยงการเพิ่มระดับหนี้สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มประเทศยุโรปมีอยู่ในอัตราสูงอยู่แล้ว เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในกลุ่มสหภาพยุโรปได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นหนทางในการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดวิกฤตในยุโรป
รมว.คลังเยอรมนี กล่าวยืนยันว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจยุโรปในขณะนี้มาถูกทางแล้ว เพียงแต่วิกฤตที่เกิดขึ้นต้องใช้เวลา และเชื่อมั่นว่าจะผ่านไปได้ การอัดฉีดเงินที่เกิดขึ้นในการแก้ปัญหาวิกฤตไม่น่าจะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นในระบบเศรษฐกิจ ถ้ามีการจำกัดอย่างใดอย่างหนึ่งในตลาดการเงิน ซึ่งนายชอยเบิลคิดว่าจะต้องมีกฎเกณฑ์อะไรบางอย่างออกมาควบคุมตลาดการเงิน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ขณะนี้ทุกประเทศในกลุ่มอียูจะต้องลดหนี้สาธารณะลงมาเพื่อไม่ให้ก่อปัญหาใหม่
ก่อนหน้านี้นายชอยเบิลระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลเยอรมนีไม่ได้มีการแตกแยกกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ เกี่ยวกับมาตรการรัดเข็มขัดที่ใช้กับประเทศสมาชิกยูโรโซนที่กำลังประสบปัญหาวิกฤตหนี้สิน หลังจากนางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ไอเอ็มเอฟเห็นด้วยกับการให้เวลากรีซอีก 2 ปีในการปรับลดงบประมาณรายจ่ายภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการคลัง ขณะที่นายชอยเบิลกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า กรีซจะต้องทำตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ที่ได้รับจากนานาชาติอย่างเคร่งครัด
วันเดียวกันนี้ ธปท.ได้เชิญผู้ว่าการธนาคารกลาง มลฑลกวางตุ้ง และฉงชิ่ง ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มาหารือถึงแนวทางความร่วมมือในการใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพื่อการค้าขายระหว่างกัน โดยมีตัวแทนภาคเอกชนร่วมหารือด้วย







