
ไฟแนนซ์ทูเดย์
นานๆ ทีจะมีเรื่องว่ารัฐบาลสู้เอกชนไม่ได้ แต่ในวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
“จะสูงจะต่ำอยู่ที่เราทำตัว จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเราทำ”
...นานๆ ทีจะมีเรื่องว่ารัฐบาลสู้เอกชนไม่ได้ แต่ในวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีมติอนุมัติการใช้เงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น จำนวน 144 ล้านบาทให้กับกรมสรรพสามิต สำหรับเป็นค่าถอนคืนรายได้แผ่นดินเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา แก่บริษัท ไทยลู้บเบส บริษัทในเครือ ปตท.
คดีนี้บริษัท ไทยลู้บเบส ได้ยื่นฟ้องกรมสรรพสามิตขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษี กรณีการนำเข้าน้ำมันเตาแต่สำแดงว่าเป็นน้ำมันรีครูทออยล์ โดยเป็นหนังสือแจ้งการประเมินของกรมศุลกากรจำนวน 4 ฉบับ และกรมสรรพสามิต จำนวน 4 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้น 304 ล้านบาทเศษไม่รวมเงินเพิ่ม
ปรากฏว่าศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาลงวันที่ 6 ก.ค. 2554 ให้กรมสรรพสามิตคืนเงินค่าประกันภาษีพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ของเงินต้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 79 ล้านบาทเศษ พร้อมด้วยดอกเบี้ย 7.5% จนถึงวันที่กรมสรรพ สามิตอนุมัติให้คืนเงินแก่โจทก์ เมื่อคำนวณจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2555 เท่ากับว่ากรมสรรพสามิตจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมกัน 144 ล้านบาทเศษ
...ก่อนหน้านี้ก็พ่ายแพ้ต้องให้กรมธนารักษ์จ่ายเงินให้กับกลุ่มบริษัท บีทีเอสซี ไปร่วม 1,000 ล้านบาท ฐานส่งมอบงานหมอชิตไม่ได้
...ฤทธิ์แจกแหลกกำลังออกฤทธิ์ เกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม บอกว่านโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ส่งผลทำให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น 4-5% จากปีก่อน และความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 3-5% เพราะประชาชนผู้ใช้ไม่ได้ประหยัดพลังงานเท่าที่ควร เนื่องจากรัฐบาลยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลไว้ ในช่วงปลายปีนี้ จึงเชื่อว่าราคาน้ำมันดีเซลจะสูงขึ้น







