
รูปแบบการจัดการธุรกิจครอบครัวสเปน ตอนที่ 3
บทความตอนนี้ผมยังเขียนที่กรุงวอชิงตันดี.ซี.ครับ ขอนำเรื่องความซับซ้อนของธุรกิจมาต่อจากความซับซ้อนของครอบครัวมาเล่าสู่กันฟังว่ามีอะไรบ้าง
โดย...ศ.พิเศษ กิติพงษ์ อุรพีพัฒนพงษ์
บทความตอนนี้ผมยังเขียนที่กรุงวอชิงตันดี.ซี.ครับ ขอนำเรื่องความซับซ้อนของธุรกิจมาต่อจากความซับซ้อนของครอบครัวมาเล่าสู่กันฟังว่ามีอะไรบ้าง ในตอนที่แล้วบทความ 10 Lessons from Family Business โดย Charles Slack ในวารสาร Arrive ที่แจกให้กับผู้โดยสารพอดี โดยได้นำเสนอเกี่ยวกับ 10 บทเรียนของธุรกิจครอบครัว
บทความยังได้พูดถึง 4 สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวตกต่ำด้วยคือ
1.สมาชิกในครอบครัวไม่มีวิสัยทัศน์หรือแนวทางการดำเนินกิจการในทางเดียวกัน
2.ขาดโครงสร้างทั้งกฎเกณฑ์ในครอบครัวทำให้เกิดการทะเลาะกันในสมาชิกในครอบครัว และลูกจ้างสับสน
3.เอาเงินและสินทรัพย์ระหว่างธุรกิจกับส่วนตัวปะปนกัน
4.ความไม่ชัดเจนช่วงเปลี่ยนผ่านในเรื่องใครจะมาสืบทอดธุรกิจและผลประโยชน์เงินทองของผู้ก่อตั้ง
จะเห็นได้ว่า 10 บทเรียนที่ว่านี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ของธุรกิจครอบครัวไทยที่จะเรียนรู้ แต่มีน้อยครอบครัวนักที่ตระหนักถึงปัญหา จึงมีปัญหาว่า ทำอย่างไรจะให้ครอบครัวไทยส่วนใหญ่นำไปใช้ประโยชน์ได้
วันนี้เรามาดูข้อมูลเพิ่มเติม
ในหนังสือของ Gimeno,Baulenas,Coma-Cros ได้พูดถึงสิ่งที่บ่งชี้ความซับซ้อนของธุรกิจขึ้นอยู่กับ
1.ขนาดของธุรกิจ ยิ่งธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มีลูกจ้างจำนวนมากก็ยิ่งซับซ้อน และยุ่งยากมากกว่ากรณีขนาดธุรกิจเล็กกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความร่วมมือ ค่าตอบแทนการเลื่อนตำแหน่ง
2.จำนวนสถานที่ทำงานหรือโรงงาน
3.จำนวนของสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายยิ่งสินค้ามีหลากหลายยิ่งซับซ้อน
4.ระดับของธุรกิจระหว่างประเทศย่อมยุ่งยากกว่าธุรกิจภายใน
5.ระดับของคุณค่าความเชื่อมโยงของขั้นตอนการผลิต (Value Chain Integration) ที่ต้องมีขั้นตอนการผลิตหลายส่วน เช่น Zaragoza ต้องมีแหล่งวัตถุดิบการออกแบบผลิตจำหน่ายย่อมยุ่งยากมากกว่าการผลิตรองเท้า NIKE
6.ชนิดและประเภทของธุรกิจ เช่น ธุรกิจโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Telef๓nica ของสเปนกับห้าง Carrefour ย่อมแตกต่างกัน
จากความซับซ้อนของครอบครัวและธุรกิจจึงทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หนังสือยกตัวอย่างว่า ครอบครัวใหญ่ย่อมยุ่งมากกว่าครอบครัวเล็ก เช่น สมาชิกครอบครัว 2 คน กับ 6 คน ย่อมยุ่งยากในเรื่องความสามารถและตำแหน่งงานว่าจะให้ใครทำอะไร ต่างกับสมาชิก 2 คน ที่ทุกคนต้องช่วยกันและยิ่งมีสมาชิก 20 คน ก็ยิ่งยุ่งมากขึ้นไปอีก จึงต้องมีการพัฒนาโครงสร้างที่ดีในแง่ความสัมพันธ์ความสามารถในการกระจายและจำกัดความไม่เรียบร้อย หรือความไม่มีระเบียบได้อย่างไร
ในการพัฒนาโครงสร้างของธุรกิจครอบครัว หมายถึงการจัดโครงสร้างองค์กรภายในด้วยตนเอง ในระบบของสังคมด้วยการสร้างการกำหนดบริบทของความประพฤติตามสถานที่และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
การกำหนดกฎที่ชัดเจนในการที่จะกำหนดว่า สิ่งใดทำได้และไม่ควรทำในแต่ละสถานที่และสถานการณ์ การกำหนดตำแหน่งตามลำดับชั้นในสังคม การกำหนดบทบาทที่แต่ละบุคคลต้องปฏิบัติตามตำแหน่งที่ดำรงอยู่ และการแจ้งและการแลกเปลี่ยนข้อมูล
โดยผู้เขียนแบ่งโครงสร้างธุรกิจครอบครัวเป็น 5 ประเภท คือ
1.แบบสถาบัน Institutionalization ที่การตัดสินใจมาจากความแตกต่างของหน่วยงาน
2.ความแตกต่างของครอบครัวกับธุรกิจ Family/Business Differentiation ในการที่กำหนดว่าคนที่ทำงานให้ธุรกิจ จะถูกถือว่าเป็นมืออาชีพหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของ
3.วิธีปฏิบัติในการจัดการว่าบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างไร
4.การสื่อสาร (Communication) ที่จะจัดการความสัมพันธ์ส่วนตัวอย่างไร
5.การสืบทอดธุรกิจ (Succession) จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต หากปราศจากผู้บริหารอาวุโสในปัจจุบัน
โดยทั้ง 5 ประเภทนี้ ผู้เขียนยังได้อธิบายและยกตัวอย่างไว้ในหลายประเด็น
ผมจะนำมาในตอนหน้า เห็นทีจะต้องคอยตามเรื่องของธุรกิจครอบครัวสเปนอีกหลายตอนนะครับ







