
จับตาร่างผังเมือง ถูกกดดันรอบด้าน
จับตาการเมืองธุรกิจ บีบแก้ร่างผังเมือง หลัง กทม.เตรียมส่งร่างให้บอร์ดผังเมืองพิจารณารอบสุดท้าย
จับตาการเมืองธุรกิจ บีบแก้ร่างผังเมือง หลัง กทม.เตรียมส่งร่างให้บอร์ดผังเมืองพิจารณารอบสุดท้าย
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า คณะที่ปรึกษาผังเมืองรวม กทม. ได้พิจารณาคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียร่างผังเมือง กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 3) โดยส่วนใหญ่เห็นชอบตามที่สำนักผังเมืองเสนอ หลังจากนี้เสนอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพิจารณา ตามด้วยคณะอนุกรรม การผังเมืองชุดที่พิจารณาคำร้อง และคณะกรรมการผังเมืองตามลำดับ คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีฝ่ายการเมืองและภาคธุรกิจเข้ามามีบทบาทค่อนข้างสูง และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงร่างในขั้นการพิจารณาของมหาดไทย เนื่องจากร่างผังเมืองฉบับนี้ มีผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินในหลายพื้นที่ แม้ว่าจะผ่อนคลายข้อกำหนดลงจากการพิจารณาของคณะกรรมการรอบแรก
สำหรับการพิจารณาของบอร์ดผังเมืองจะเป็นการพิจารณาในขั้นสุดท้าย ก่อนเสนอกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการ และกรรมการผังเมืองรอบนี้ จะเข้มข้นไม่แพ้ครั้งที่แล้ว เพราะกรรมการแต่ละคนต่างมีธงอยู่ในใจ โดยไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลประกอบด้วยซ้ำ
แหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการผังเมืองครั้งที่ 7 เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีตัวแทนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) มาร่วมประชุมกับคณะกรรมการ เพื่อชี้แจงแนวนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำ โดยคณะกรรมการผังเมืองจะมีบทบาท คือ ชี้แนะและอนุมัติตามที่ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2518 ให้อำนาจไว้
สำหรับผังเมืองรวม กทม. และผังเมืองรวมจังหวัดปริมณฑล รัฐบาลเห็นควรให้มีการปรับปรุงพัฒนาผังเมืองรวม เช่น ให้มีการพัฒนาเมืองแบบกระชับให้เป็น คอมแพค ซิตี เน้นการพัฒนาให้ขึ้นในทางสูง พยายามกำจัดการพัฒนาทางราบที่ขวางทางน้ำไหลหรือต้องพัฒนาระบบคูคลอง โดยใช้เทคโนโลยีที่สามารถระบายน้ำได้ไม่น้อยกว่าเดิมถึงให้มีการพัฒนา จึงเป็นไปได้ที่จะมีการปรับผัง กทม. ตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนดไว้ ขณะที่ กทม.ยืนยันว่า แนวทางของรัฐบาลไม่ต่างจากผังเมืองรวมที่ได้วางไว้แล้วซึ่งจากตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินระหว่างผังฉบับปัจจุบันกับร่างผังฉบับใหม่จะเห็นการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางมากกว่าการขยายที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยในเขตชานเมือง จึงตอบรับตามหลักการเมืองกระชับอยู่แล้ว







