
สุริยะใสร้องระงับ3จี-กสทช.นัดแถลงด่วน
สุริยะใสร้องศาลปกครองระงับประมูล3จีชี้ส่อผิดพรบ.ฮั้ว ทำให้รัฐเสียรายได้ ด้าน กสทช.นัดแถลงด่วนหลังมีหลายองค์กรยื่นฟ้อง
สุริยะใสร้องศาลปกครองระงับประมูล3จีชี้ส่อผิดพรบ.ฮั้ว ทำให้รัฐเสียรายได้ ด้าน กสทช.นัดแถลงด่วนหลังมีหลายองค์กรยื่นฟ้อง
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว (กลุ่มกรีน) เปิดเผยว่า ได้เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ร้องขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและมีมาตรการชั่วคราวก่อนพิพากษา ให้ระงับการประมูลหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการจัดประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จนกว่า กสทช. จะปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลให้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง
การฟ้องครั้งนี้ ประกอบด้วยนายสุริยะใส นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นายกิตติชัย ใสสะอาด รักษาการรองปรานสหภาพรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายจาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ นายปกิต จันทร์สมวงศ์ และ นายธนา วรพจน์ ในฐานะประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เห็นว่าการประมูลครั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดกับรัฐธรรมนูญ และทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล
ทั้งนี้ เพราะ กสทช.ได้กำหนดราคาเริ่มต้นประมูลที่ใบละ 4,500 ล้านบาท ขณะที่ผลการศึกษาพบว่าราคาคลื่นที่แท้จริง คือ 6,440 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ของรัฐหายไป 1.8 หมื่นล้านบาท หรือ 2,000 ล้านใบต่อใบ ยิ่งเมื่อกสทช.ได้เพดานการถือครองคลื่นความถี่ไว้ที่รายละ 15 เมกะเฮิร์ตซ จากคลื่นความถี่ที่มีอยู่ 45 เมกะเฮิร์ตซ ส่งผลให้ไม่เกิดการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากมีผู้เข่าร่วมประมูลมีเพียง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ดีแทค เนทเวอร์ค และ เรียล ฟิวเจอร์
นายสุริยะใส กล่าวว่า การที่กสทช.ดำเนินการเช่นนี้ถือว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2552 (พ.ร.บ.ฮั้วะ) จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศ ข้อกำหนด ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการใดๆ อันเกี่ยวกับการจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ 3 จี และขอให้ กสทช. มีการทบทวนการตั้งราคาขั้นต่ำให้สมเหตุสมผล และรัฐได้รับประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
“การประมูลจะไม่ได้ล่าช้าไปอีกเป็นปีตามที่กสทช. กล่าวอ้างเหมือนเมื่อปี 2553 เพราะครั้งนี้ กสทช.มีอำนาจแก้ไขได้เต็มตัวและใช้เวลาไม่นาน และการเลื่อนประมูลไม่ได้เสียหายต่อประเทศชาติวันละ 200 กว่าล้านบาทแต่อย่างใด” นายสุริยะใสกล่าว
ด้านพ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า การประมูลครั้งนี้ผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์มาหลายครั้ง ซึ่งเท่ากับเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้ว เพราะกสทช.ไม่สามารถสร้างความพอใจให้กับประชาชนได้ทั้งประเทศได้ และยืนยันว่าขั้นตอนทุกอย่าง มีผลการศึกษาจากทั่วโลกมาสนับสนุน กสทช.ไม่ได้ดำเนินการเอง และไม่ได้มีแผนรองรับหากเกิดการระงับการประมูล และในเวลา 11.00 นาฬิกา กสทช.จะมีการแถลงข่าวกรณีนี้อีกครั้ง
สำหรับการยื่นฟ้องศาลปกครอง ก่อนจะเกิดการประมูลในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ มีทั้งหมด 5 ราย ได้แก่ นายอนุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระด้านโทรคมนาคม ยื่นฟ้องว่าการจัดประมูลขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 47 ที่ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน เช่นเดียวกับสมาคมสถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภคที่ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม กรณี บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค เป็นต่างด้าว แต่ กสทช.ให้ผ่านเข้ารอบการประมูล จึงขอให้ศาลคุ้มครองและตรวจสอบสถานะก่อน
ขณะที่ นายพิราม เกษมพงษ์ อดีตสหภาพแรงงานวิสาหกิจ ทีโอที ยื่นฟ้องกรณีที่ผู้ให้บริการรายเดิมยังไม่ได้โอนทรัพย์สินให้กับทีโอทีตามสัญญา สร้าง โอน ให้บริการ และนายบุญชัย รุ่งเรืองพิศาลสุข ตัวแทนผู้บริโภคยื่นฟ้องเรียกร้องให้กำหนดค่าบริการเหมาจ่าย 3 จี ในอัตรา 250 บาทต่อเดือน







