
หุ้นขาลงเด้งเป็นขาย
หุ้นขาลงต่างชาติขายทั่วเอเชียต่อ เอเซีย พลัส แนะเด้งเป็นจังหวะขาย คาดลงได้ถึง 1,237 ไทยพาณิชย์มองหุ้นดีถึง ต.ค. ครึ่งปีหน้าเสี่ยง
หุ้นขาลงต่างชาติขายทั่วเอเชียต่อ เอเซีย พลัส แนะเด้งเป็นจังหวะขาย คาดลงได้ถึง 1,237 ไทยพาณิชย์มองหุ้นดีถึง ต.ค. ครึ่งปีหน้าเสี่ยง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า วันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้นเอเชียต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ราว 522 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากวันก่อนหน้าและเป็นการขายในทั้ง 5 ประเทศ นำโดยไต้หวันถูกขายมากที่สุด 289 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับตลาดหุ้นไทยถูกขายสุทธิต่อเนื่องมา 4 วัน ประมาณ 32 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาพการขายหุ้นในภูมิภาคมีลักษณะคล้ายกับการสะสมสถานะขายในตลาดฟิวเจอร์สของไทย โดยรวม 3 วัน (9-11 ต.ค.) ต่างชาติเปิดสถานะขาย รวมถึง 4,179 สัญญา
บล.เอเซีย พลัส คาดว่าตลาดฟื้นเพื่อฟุบ จึงแนะนำให้ทยอยลดพอร์ตหุ้นที่อยู่ในข่ายปรับฐานแรงกว่าตลาด เพราะแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยจะขึ้นน้อยกว่าตลาดโลก หลังจากดีดขึ้นมามากถึง 26.3% ก่อนหน้านี้ และมีโอกาสทดสอบระดับแนวรับ 1,237 จุด ซึ่งมีนัยสำคัญ
ราคาน้ำมันที่เด้งขึ้นนั้น เอเซีย พลัส คาดว่าเป็นการฟื้นช่วงสั้นๆ ซึ่งอาจจะหนุนให้ราคาหุ้น บริษัท ปตท. (PTT) และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ดีขึ้นช่วงสั้น นักลงทุนยาวถือต่อไปได้แต่ระยะสั้นให้ชะลอการลงทุน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ มองแนวโน้มตลาดหุ้นไตรมาส 4 ว่าข่าวดีมาถึงจุดสูงสุดแล้ว และยังคงเป้าหมายปีนี้ไว้ที่ 1,300 จุด แต่หากมีเงินต่างชาติไหลเข้ามามาก อาจจะหนุนให้ดัชนีขึ้นไปถึงระดับ 1,350 จุดได้
“หุ้นจะมีโมเมนตัมบวกต่อไปถึงเดือน ต.ค. จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโลกและกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้น พลังงาน และปิโตรเคมี ส่วนตลาดเดือน พ.ย. จะผันผวนและเดือน ธ.ค. จะมีเม็ดเงินลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวเข้ามาซื้อหุ้น สำหรับแนวโน้มในปีหน้า คาดว่ามีความเสี่ยงขาลงในช่วงครึ่งปีแรก” บล.ไทยพาณิชย์ ระบุ
ด้านตลาดหุ้นวันสุดท้ายของสัปดาห์ ดัชนีไต่ขึ้นไปถึง 1,302 จุด แต่ไม่สามารถยืนเหนือ 1,300 จุดได้ โดยปิดที่ 1,296.98 จุด บวก 2.08 ล้านบาท และมูลค่าการซื้อขายรวมบางตา 34,581.45 ล้านบาท โดยต่างชาติขายต่อ 455 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เงินบาทแข็งค่าจาก 30.70 บาท มาอยู่ที่ 30.62 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามทิศทางของเงินดอลลาร์สิงคโปร์หลังจากธนาคารกลางสิงคโปร์สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ด้วยมติคงจุดยืนนโยบายการเงินเชิงคุมเข้มไว้ตามเดิมมีมติคงจุดยืน บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ
ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้นักลงทุนที่จะซื้อหุ้นของบริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (MLINK) และบริษัท ทีวี ไดเร็ค (TVD) ในวัน ที่ 15 ต.ค.-2 พ.ย. 2555 ต้องวางเงินสดทั้งหมดก่อน (แคชบาลานซ์)
บริษัท บิวเดอสมาร์ท (BSM) ราคาดีดขึ้นชนเพดานสูงสุด 30% (ซิลลิง) สองวันติดต่อกัน โดยวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ราคาปิดที่ 1.87 บาท บวก 0.43 บาท มูลค่าซื้อขายถึง 23 ล้านบาท ชี้แจงตลาดว่า บริษัทไม่มีพัฒนาการ หรือการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญประการใด
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน ต.ค.และ พ.ย.นี้ บริษัทคาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐในตลาดนิวยอร์ก วงเงิน 1,000-2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อายุ 10 ปีขึ้นไป เพื่อรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิม จะทำให้อายุเฉลี่ยหุ้นกู้ยาวขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 7 ปี







