posttoday
ของขวัญ

ของขวัญ

13 ตุลาคม 2555

ตอนนี้เป็นไตรมาสสุดท้ายของปีแล้วนะครับ เริ่มคิดถึงของขวัญ ของชำร่วยที่จะต้องแจกลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่กันหรือยังครับ หากใครที่ยังไม่ได้เตรียม ก็คงจะต้องรีบเตรียมการแล้ว ไม่งั้นอาจจะไม่ทันนะครับ เพราะผู้ผลิตของขวัญ ของชำร่วยจำนวนมากในบ้านเรานั้น เป็นผู้ผลิตเพื่อป้อนตลาดโลกด้วย ทำให้ตอนนี้หลายโรงงานลั่นระฆังผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อกันแล้ว หากใครยังมัวช้าอาจจะต้องเสียใจ

ตอนนี้เป็นไตรมาสสุดท้ายของปีแล้วนะครับ เริ่มคิดถึงของขวัญ ของชำร่วยที่จะต้องแจกลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่กันหรือยังครับ หากใครที่ยังไม่ได้เตรียม ก็คงจะต้องรีบเตรียมการแล้ว ไม่งั้นอาจจะไม่ทันนะครับ เพราะผู้ผลิตของขวัญ ของชำร่วยจำนวนมากในบ้านเรานั้น เป็นผู้ผลิตเพื่อป้อนตลาดโลกด้วย ทำให้ตอนนี้หลายโรงงานลั่นระฆังผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อกันแล้ว หากใครยังมัวช้าอาจจะต้องเสียใจ

สำหรับของขวัญที่จะมอบให้คู่ค้า หรือลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ แนะนำอย่างนี้ครับว่า ให้แบ่งกลุ่ม “ลูกค้า” กับ “คู่ค้า” ออกจากกัน แล้วตัดสินใจก่อนในประเด็นแรกคือ จะให้ของขวัญสำหรับคน 2 กลุ่มนี้เป็นของเหมือนกันหรือเปล่า

บางองค์กรก็ทำของขวัญแบบเดียวให้กับทุกคนครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากแนะนำว่าควรจะแยก เพราะคู่ค้ากับลูกค้ามีความแตกต่าง โดยทั่วไปคู่ค้าซึ่งหมายถึงบริษัทอื่นๆ ที่เราติดต่อซื้อขายด้วย เช่น ผู้จัดส่งวัตถุดิบให้เรา หรือผู้ทำหน้าที่จัดจำหน่ายให้เรา หรือบริษัทที่เหมาซื้อของจากเราทีละมากๆ ในฐานะลูกค้ารายใหญ่ จะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนไม่มาก แต่มีมูลค่าของการติดต่อสัมพันธ์กันสูง ต่างกับลูกค้ารายย่อยที่จะมีจำนวนเยอะ หากให้ของขวัญเหมือนกัน ก็อาจจะไม่เหมาะสม

กรณีคู่ค้าที่ต้องติดต่อกันมากๆ มีธุรกรรมการเงินกันจำนวนมาก ของขวัญปีใหม่ก็ควรจะจัดให้เหมาะสมกับความสัมพันธ์ และยังอาจจะต้องแยกย่อยลงไปอีกว่า ต้องมีของขวัญที่ให้เป็นการส่วนตัว ส่วนบุคคลหรือไม่

ที่พูดอย่างนี้หมายถึงว่า สมมติเราติดต่อกับผู้จัดส่งวัตถุดิบให้เรารายหนึ่งเป็นรายใหญ่ เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่เราก็ควรจะมีของขวัญอาจจะเป็นกระเช้า หรือของที่เหมาะสมอื่นๆ ไปมอบให้ผู้บริหารของบริษัทนั้นๆ แต่ในเวลาเดียวกันอาจจะมีคนอื่นในบริษัทนั้นที่ช่วยเหลือเราอยู่เสมอ เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการตลาด เราก็น่าจะหาของขวัญที่เหมาะสมไปมอบให้เขาด้วย ไม่ใช่ให้แต่ผู้ใหญ่แล้วละเลยผู้น้อย

ในกรณีแบบนี้ ของขวัญอาจจะเป็นกระเช้า หรือของที่ระลึก ซึ่งสามารถพิจารณาได้ตามความเหมาะสมว่าจะต้องให้ใคร ซึ่งควรจะมีการจัดกลุ่ม และเขียนรายชื่อออกมาให้เรียบร้อย โดยในระหว่างที่ยังมีเวลาอยู่นี้ ควรจะให้ทุกแผนกในบริษัทของเราช่วยกันรวบรวมรายชื่อคู่ค้าที่ต้องให้ของขวัญ จะได้ไม่พลาดจุดไหนที่สำคัญไป อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่ง หรือแผนกใดแผนกหนึ่งเป็นคนรวบรวมรายชื่อแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะมีโอกาสผิดพลาดสูง

เมื่อทุกฝ่ายเสนอรายชื่อมาแล้ว ก็มาช่วยกันพิจารณาว่า จะจัดกลุ่มในการแบ่งประเภทของขวัญอย่างไร ใครสำคัญระดับไหน ซึ่งการแบ่งนี้นอกจากจะต้องแบ่งของขวัญที่จะให้แล้ว ยังอาจจะต้องกำหนดตัวผู้ที่จะไปมอบของขวัญด้วยว่าจะให้ใครไป เช่น หากจะไปมอบของขวัญให้เจ้าของบริษัทใหญ่ที่เป็นคู่ค้า เจ้าของบริษัทของเราก็ต้องออกโรงไปเอง เป็นต้น

ในส่วนลูกค้าก็อาจจะต้องแยกย่อยระหว่างลูกค้ารายใหญ่ กับลูกค้ารายย่อยทั่วไป กรณีลูกค้ารายใหญ่ก็ต้องรวบรวมรายชื่อก่อนเหมือนกันนะครับ ด้วยวิธีเดียวกันคือให้ทุกแผนกช่วยกันส่งรายชื่อมาดูด้วยกัน ส่วนกรณีของลูกค้ารายย่อยก็ควรพิจารณาว่า มีจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ ควรจะให้อะไร ให้อย่างไร

ในกรณีของลูกค้ารายย่อยนี้นี่แหละ ที่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมให้มากครับ กรณีของลูกค้ารายใหญ่ หรือคู่ค้า เราอาจจะให้ของขวัญเป็นกระเช้าติดนามบัตร หรืออะไรที่ไม่ได้ยากเย็นสามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่กรณีของลูกค้ารายย่อยนั้น ของขวัญที่จะมอบให้ไม่ควรเป็นของที่ซื้อได้ทั่วไป แต่ต้องมีตรายี่ห้อของเราติดไปในตัวของขวัญนั้นด้วย

ทำไมผมถึงพูดแบบนี้ นั่นก็เพราะว่า กรณีรายใหญ่นั้น เขาจำเราได้ เขารู้ว่าใครมาให้ของขวัญ แต่กรณีลูกค้ารายย่อย หากไม่มีชื่อติดกับของขวัญไปด้วย เขาก็อาจจะลืม และที่สำคัญมันจะเป็นการให้ของขวัญที่ไม่มีความหมายเมื่อเวลาผ่านไป

เราคงต้องย้อนมาคุยกันว่า วัตถุประสงค์ในการให้ของขวัญคืออะไร ในกรณีของคู่ค้า หรือลูกค้ารายใหญ่ การให้ของขวัญเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ เชื่อมความระลึกถึงเป็นหลัก แต่กรณีของลูกค้ารายย่อย นอกจากจะเป็นการเอาใจทำให้ลูกค้าพอใจแล้ว ในอีกทางหนึ่งของขวัญปีใหม่ยังเป็นเหมือนเครื่องมือในการโฆษณาแบรนด์ด้วยครับ จึงจำเป็นต้องสั่งทำเพื่อให้มีแบรนด์ หรือโลโก้ หรือถ้อยคำที่สำคัญอยู่ในของขวัญนั้นด้วย

ถึงตรงนี้อยากจะแทรกสักหน่อยในเรื่องของการใส่โลโก้ลงไปในของขวัญ หรือของชำร่วยต่างๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่า หลายท่านคงเคยได้รับดินสอที่มีโลโก้ หรือตราของสินค้า หรือโรงแรมต่างๆ ซึ่งในระยะหลังๆ มีการพูดกันมากขึ้นว่า มันช่างเป็นของชำร่วยที่แย่เสียจริง เพราะเมื่อมีการเหลาดินสอไปเรื่อยๆ ตรายี่ห้อ หรือโลโก้ที่พิมพ์ไว้บนตัวดินสอก็จะหายไปเรื่อยๆ ตามอัตราของการเหลาดินสอ อันนี้แทรกเล่นๆ ให้คิดนะครับ ซึ่งมันก็คล้ายๆ กับการติดสติกเกอร์ เช่น การมอบถ้วยกาแฟเป็นของขวัญให้ลูกค้า แล้วไม่ได้สั่งทำพิเศษ แต่ไปซื้อถ้วยกาแฟมาแล้วเอาสติกเกอร์ตราสินค้าของเราแปะทับ มันก็ง่ายดีครับ แต่ที่ง่ายอีกอย่างคือ ลูกค้าที่รับของขวัญนี้ไปก็ดึงสติกเกอร์ออกง่ายๆ เช่นกัน หรือหากไม่ได้ดึง แต่เอาถ้วยกาแฟไปล้างบ่อยๆ สติกเกอร์ก็หลุดอยู่ดี การทำของขวัญแบบนี้จึงไม่สามารถเป็นเครื่องมือในการโฆษณาได้เลยครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท