posttoday
สถานีเกษตรหลวงปางดะปรับตัวรับเออีซี

สถานีเกษตรหลวงปางดะปรับตัวรับเออีซี

13 ตุลาคม 2555

ตอนนี้กระแสการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 กำลังงวดเข้ามาทุกที

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ตอนนี้กระแสการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 กำลังงวดเข้ามาทุกที ซึ่งการเข้าสู่เออีซีนั้นเองที่จะเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคในคราวเดียวกัน เพราะความที่รวมกันเป็นหนึ่ง แม้ว่าจะทำให้ตลาดกว้างขึ้น แต่คู่แข่งที่จะเข้ามาก็เปิดกว้างขึ้นเช่นกัน ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องเร่งปรับตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงก้าวนี้ให้ได้

โดยเฉพาะภาคการเกษตรของไทยที่ต้องปรับตัวและพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้น เพราะปัจจุบันประสิทธิภาพผลผลิตต่อไร่ (ยิว) พืชเกษตรของไทยบางชนิดถือว่ายังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งสภาพอากาศปัจจุบันที่ไม่สามารถคาดเดาได้ จึงทำให้ต้องมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องแข็งแรงทนต่อสภาพอากาศด้วย

กระนั้น สถานีเกษตรหลวงของโครงการหลวง ซึ่งมีหน้าที่ในการดำเนินงานวิจัยและขยายพันธุ์ไม้ผล เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนำพืชเศรษฐกิจที่เป็นที่ต้องการของตลาดให้เกษตรกรปลูก พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการผลิตแก่เกษตร จึงต้องมีการปรับตัวเช่นกัน

สถานีเกษตรหลวงปางดะ เป็นสถานีวิจัย 1 ใน 4 ของมูลนิธิโครงการหลวง ที่มุ่งเน้นดำเนินงานวิจัยและขยายพันธุ์พืชไม้ผลเขตหนาวและกึ่งหนาว พืชผักและพืชไร่ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านปางดะ ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,232 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการทำแปลงศึกษาวิจัยรวม 804 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะคงสภาพป่าไม้เพื่อให้เป็นป่าต้นน้ำลำธาร

นคร อดุลยวิศิษฎ์ เจ้าหน้าที่ประจำสถานีเกษตรหลวงปางดะ เล่าว่า สถานีเกษตรหลวงปางดะก่อตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ คือ การขยายพันธุ์พืชผัก พืชไร่ ไม้ผลเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างไปจากสถานีเกษตรหลวงอื่น ที่ส่วนใหญ่จะก่อตั้งเพื่อแก้ปัญหาของชาวเขา โดยเฉพาะเรื่องลดพื้นที่การปลูกฝิ่นด้วยการปลูกพืชผักเมืองหนาวทดแทน ดังนั้นสถานีเกษตรหลวงปางดะจึงมีการวิจัยและขยายพันธุ์พืชหลากหลายชนิดนอกจากไม้ผลเมืองหนาว ยังมีไม้ดอกเมืองร้อน ไม้ผลเมืองร้อนและกึ่งร้อน พืชผัก ถั่ว ชา กาแฟ ไม้โตเร็ว ไผ่ต่างถิ่น และแฝก

สาเหตุที่มีการขยายพันธุ์พืชเมืองร้อนและกึ่งร้อนได้นั้น เพราะพื้นที่ตั้งของสถานีอยู่ในพื้นที่ไม่สูงมากนัก โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 720 เมตร อุณหภูมิสูงสุดในเดือน เม.ย. 35.76 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 12.82 องศาเซลเซียส จึงทำให้สามารถเพาะและปลูกได้ทั้งพืชเมืองหนาวและพืชกึ่งร้อน

รูปแบบการดำเนินงานของสถานีเกษตรหลวงปางดะ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.งานวิจัย ซึ่งมีทั้งงานวิจัยไม้ผลเมืองหนาว เป็นการศึกษาพันธุ์นำเข้า เพื่อนำมาปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์ ส่วนงานวิจัยพืชผัก จะทำแบบผสมผสาน ผักใหม่ ผักอินทรีย์ และทดสอบพันธุ์ต่างๆ งานวิจัยไม้ดอก เน้นงานวิจัยและรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกเมืองร้อน ทดสอบและขยายพันธุ์ งานวิจัยพืชสมุนไพร

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยถั่วบนพื้นที่สูง เพื่อศึกษาการปลูกถั่วและรักษาพันธุ์ วิจัยไผ่ต่างถิ่น โดยการปลูกไผ่ร่วมกับพืชเกษตรในกระบวนการเกษตร ศึกษาการทำลายของแมลงกินหน่อไผ่และศึกษาแมลงกินได้จากไผ่

2.งานด้านการผลิตและขยายพันธุ์ เป็นการดำเนินงานผลิตเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ เพื่อนำไปส่งเสริมจำหน่าย และสนับสนุนแก่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้สนใจทั่วไป ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ได้แก่ พันธุ์ไม้ผล เช่น พลับ มะเฟือง อโวคาโด มะละกอ เลมอน เสาวรส ส่วนพืชผักและสมุนไพร เช่น กุยช่ายขาว ถั่วแขก พริกหวาน อาร์ติโชค ผักใหม่ต่างๆ สำหรับพันธุ์ไม้ดอก ก็จะมีหน้าวัวลูกผสมกระเจียว บัวชั้น เฮลิโคเนีย ถ้าเป็นไม้โตเร็วและไผ่ต่างถิ่น มีการบูร จันทน์ทอง เพาโลว์เนีย ไผ่หวานอ่างขาง ไผ่หยก รวมถึงมีงานผลิตและขยายพันธุ์แฝกด้วย

งานด้านที่ 3 เป็นงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ โดยส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานสองสีและพืชผักเป็นกิจกรรมหลักในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย ผลผลิตที่ได้ส่งจำหน่ายผ่านงานตลาดโครงการหลวง ซึ่งจากการส่งเสริมอาชีพนี้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้และฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ส่วนงานด้านที่ 4 คือ งานพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องปลอดภัยแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชผัก อบรมผู้นำเยาวชนร่วมงานมูลนิธิโครงการหลวง และดำเนินงานสร้างจิตสำนึก เพื่อการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร การพัฒนาและอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น

นคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลจากการศึกษาวิจัยของสถานีเกษตรหลวงปางดะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น สามารถพัฒนาพันธุ์พืช ไม้ผลเมืองหนาวที่สามารถนำมาปลูกในพื้นที่เขตร้อนได้สำเร็จเป็นแห่งแรก โดยเฉพาะ กีวีฟรุต ที่มีการปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์ใหม่ที่ปลูกได้ในเขตร้อนหรือพื้นที่ที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อุณหภูมิบนพื้นที่สูงอาจจะร้อนขึ้น ก็ยังคงมีพันธุ์พืชที่สามารถปลูกได้ทดแทน

นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จในการปลูกไม้ผลขนาดเล็ก ได้แก่ พืชตระกูลเบอร์รี ทั้งราสพ์เบอร์รี มัลเบอร์รี และมะเดื่อ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับเสาวรส ซึ่งที่นี่ถือเป็นแห่งแรกที่สามารถปลูกได้ แต่ผลผลิตเบื้องต้นยังมีไม่มาก ผลผลิตราสพ์เบอร์รีขณะนี้อยู่แค่ 5 กิโลกรัม/ สัปดาห์ เพราะยังอยู่ในขั้นวิจัยและทดลองตลาดก่อนจะขยายการส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูก โดยผลผลิตทั้งหมดส่งขายให้กับโครงการหลวง (ดอยคำ)

ขณะเดียวกันสถานีเกษตรหลวงปางดะก็สามารถวิจัยและพัฒนาพันธุ์องุ่นแดงไร้เมล็ดที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยปกติเกษตรกรทั่วไปจะปลูกองุ่นได้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 กิโลกรัม/ต้น แต่ที่สถานีฯ สามารถปลูกแล้วให้ผลผลิตสูงถึง 85 กิโลกรัม/ต้น ทั้งนี้ทางสถานีได้ส่งเสริมขยายผลให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนพืชอื่น เพราะเป็นพืชที่ใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนสูง โดยมีชาวเขานำไปปลูกในพื้นที่ 2 งาน ประมาณ 40 ต้น สามารถขายสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท

นอกจากนั้น สถานีเกษตรหลวงปางดะยังได้มีการพัฒนาต่อยอดผลผลิตที่ได้ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น การนำผลผลิตที่ได้ทั้งราสพ์เบอร์รี มัลเบอร์รี มะเดื่อ และสตรอเบอร์รีไปทำเป็นไอศกรีม เพื่อใช้ในการรับรองแขกที่มาเยี่ยมเยือน และในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาออกสู่ตลาดด้วย

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกส่วนของงานสถานีเกษตรหลวงปางดะที่เป็นการปรับตัวเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองให้กับสถานี นั่นก็คือ การรับจ้างและอบรมการเพาะปลูกพืชกระถางตามออร์เดอร์ เช่น พาร์สเลย์ มินต์ดำ เลมอนบาล์ม ออริกาโน หญ้าหวาน จิงจูฉ่าย โรสแมรี และเสด เป็นต้น ให้แก่เกษตรกรที่สนใจ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้อีกทาง

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลสำเร็จของงานวิจัยและพัฒนาของสถานีเกษตรหลวงปางดะ หากสนใจสามารถไปเยี่ยมชม ศึกษาดูงานได้ ซึ่งสถานีเกษตรหลวงปางดะ ตั้งอยู่ที่ 192 หมู่ 10 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โทร. 05-337-8046

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท