posttoday
99 ไอเดียคิดบวกสร้างธุรกิจพลิกโลกตอน 1 : แซม วอลตัน

99 ไอเดียคิดบวกสร้างธุรกิจพลิกโลกตอน 1 : แซม วอลตัน

11 ตุลาคม 2555

การมองโลกในแง่ดี (Positive Thinking) หรือการมองโลกในแง่บวก มีคำอธิบายที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะโน้มเอียงไปในความหมายใกล้เคียงกัน นั่นคือ เป็นมุมมองที่พยายามอธิบายเหตุการณ์หรือเรื่องที่เกิดขึ้นในแง่ดี ในทางที่ก่อให้เกิดกำลังใจ มองเห็นทางออกและรู้สึกดีต่อตัวเองหรือเป็นความสามารถในการประสานการทำงานของสมอง 2 ซีกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างสร้างสรรค์ หรือเป็นเรื่องของจิตใจความคิดภายในตัวเราที่แม้อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ แต่หากรู้จักที่จะมองในสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นบวก ก็สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนให้ผ่านมาได้

การมองโลกในแง่ดี (Positive Thinking) หรือการมองโลกในแง่บวก มีคำอธิบายที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะโน้มเอียงไปในความหมายใกล้เคียงกัน นั่นคือ เป็นมุมมองที่พยายามอธิบายเหตุการณ์หรือเรื่องที่เกิดขึ้นในแง่ดี ในทางที่ก่อให้เกิดกำลังใจ มองเห็นทางออกและรู้สึกดีต่อตัวเองหรือเป็นความสามารถในการประสานการทำงานของสมอง 2 ซีกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างสร้างสรรค์ หรือเป็นเรื่องของจิตใจความคิดภายในตัวเราที่แม้อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ แต่หากรู้จักที่จะมองในสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นบวก ก็สามารถเป็นพลังขับเคลื่อนให้ผ่านมาได้

กล่าวโดยสรุปการมองโลกในแง่ดี หรือการมองโลกในแง่บวก คือการมีมุมมองที่รู้จักมองหาข้อดีของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาจากภายนอกตัวเราหรือภายในตัวเรา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตเราให้มากที่สุดสำหรับทุกๆ สถานการณ์นั่นเอง

ในโลกธุรกิจนั้น การมีมุมมองในเชิงบวกถือเป็นคุณสมบัติประการสำคัญของผู้ที่ประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจ เพราะหากย้อนไปดูประวัติศาสตร์การก่อร่างสร้างกิจการขนาดใหญ่ที่เป็นตำนานของโลกล้วนมาจากแนวคิดการมองโลกในแง่ดีทั้งสิ้น

นักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ล้วนเป็นผู้ที่มีมุมมองมักจะเห็นโอกาสหรือเห็นประโยชน์จากสิ่งที่ผู้คนทั่วไปละเลย หรือเป็นนักต่อสู้เจาะเกาะติดกับปัญหา ในแบบที่หากไม่เป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้ว คงยากที่จะผลักดันกิจการให้ฝ่าวงล้อมของปัญหาจนกระทั่งสามารถสร้างความยิ่งใหญ่ได้

วันนี้ผมมีตัวอย่างแนวคิดการมองโลกในแง่ดีของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกมาเล่าสู่กันฟัง

“แซม วอลตัน” ผู้สร้างอาณาจักร “วอลมาร์ต” ผู้นำเครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ที่พลิกโลกได้ด้วยกลยุทธ์ “ถูกทุกวัน” (Everyday Low Price : ELP) เป็นตัวอย่างที่ดีของการดำเนินธุรกิจที่เต็มไปด้วยมุมมองในแง่บวก

ประการแรก แซม วอลตัน ให้ความเคารพในตัวบุคคล ทั้งลูกค้าและพนักงาน ควรจะได้รับการดูแลด้วยความเคารพและการให้เกียรติ แซม วอลตัน ถือว่าเคล็ดลับที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ คือ การส่งมอบแต่สิ่งที่คนอื่นต้องการ แล้วคนรอบข้างจะอยากมาทำธุรกิจร่วมกับเราเอง ซึ่งธุรกิจที่ดีจะต้องพยายามส่งมอบบริการที่เกินความคาดหวังของลูกค้าเอาไว้ก่อน เพราะนั่นจะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในการบริหารคน แซมยังให้อิสระกับผู้บริหารในการทำงาน โดยจะไม่เข้าไปล้วงลูก แต่จะปล่อยให้คิดเอง ตัดสินใจเอง รวมถึงเผชิญข้อผิดพลาดเองด้วย โดยแซมจะติดตามงานโดยอาศัยทักษะการจดจำตัวเลขที่แม่นยำจากการดูจากรายงานต่างๆ แทน

และในการดูแลผู้จัดการร้าน แซมมีนโยบายให้ทุกคนสามารถถือหุ้นได้ประมาณ 2-3% ในร้านนั้นๆ เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของและจะนำมาซึ่งความไว้ใจ ได้มาในการบริหารดูแลร้านได้ดียิ่งขึ้น

ประการที่สอง แซม มีปรัชญาการบริการต่อลูกค้าด้วยการเสนอสินค้าในราคาที่ถูกที่สุดด้วยบริการที่ดีที่สุด แซมเรียนรู้กลยุทธ์ความได้เปรียบเชิงต้นทุนมาตั้งแต่ครั้งก่อร่างสร้างกิจการเล็กๆ โดยจะสั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์เพื่อให้เกิดปริมาณการซื้อที่สูง ซึ่งจะทำให้เขาได้รับราคาพิเศษ จนสามารถนำมาจัดโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าจากห้างอื่นให้หันมาสนใจได้

กลยุทธ์นี้นับเป็นวิธีที่มีประสิทธิผลอย่างยิ่ง เพราะแม้มาร์จินจะต่ำกว่าร้านอื่น แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าในราคาต่ำกว่า จะสร้างมูลค่าขายที่สูงกว่าร้านอื่นหลายเท่าเช่นกัน ซึ่งเมื่อคำนวณกำไรที่ได้รับเป็นตัวเงินจะสูงกว่า

นอกจากนี้ วอลมาร์ตยังทำงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อลดราคาจำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าให้มากที่สุด โดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย อาทิ ตัดตัวแทนจากผู้ผลิตออกจากขั้นตอนการจัดซื้อ โดยขอให้ผู้ผลิตต้องส่งผู้บริหารระดับสูงมาเสนอขายสินค้าให้แก่วอลมาร์ตโดยตรง ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าคอมมิชชันของตัวแทนเหล่านี้ออกไป นั่นคือสามารถลดราคาสินค้าลงได้ถึง 6% และยังเป็นการลดขั้นตอนส่วนเกินที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มออกไปจากห่วงโซ่คุณค่าได้อีกด้วย

ในขณะที่ยังใช้การกระจายสินค้าด้วยศูนย์กระจายสินค้าของตนเองโดยขบวนรถบรรทุกของตัวเองทั้งหมด ทำให้สามารถควบคุมการกระจายสินค้าได้ดีกว่า และมี LeadTime ที่สั้นกว่าคู่แข่งอีกด้วย

ประการที่สาม จงพยายามในสิ่งที่ดีเลิศโดยการหาแนวทางและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาอย่างมั่นคง โดยวอลมาร์ตเป็นผู้ริเริ่มปรับใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งในด้านการจัดส่งสินค้าแบบใหม่ๆ ไปจนกระทั่งถึงการปรับปรุงระบบต่างๆ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับใช้ระบบ CrossDocking การใช้ดาวเทียมควบคุมการจัดส่งสินค้า รวมไปถึงการนำ RFID มาใช้ในการบริหารโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท