posttoday
BGHขายหุ้นบิ๊กล็อต

BGHขายหุ้นบิ๊กล็อต

10 ตุลาคม 2555

104-107บาทซื้อขั้นต่ำ20ล้านดัชนีหลุด1,300

104-107บาทซื้อขั้นต่ำ20ล้านดัชนีหลุด1,300

กรุงเทพดุสิตเวชการ ขายบิ๊กล็อตโอเวอร์ไนท์ คาดราคา 104-107 บาท ต่ำกว่าตลาดเล็กน้อย ตั้งเงื่อนไขขายสถาบันเจ้าละ 20 ล้านบาทเท่านั้น

แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ผู้บริหารโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้นำหุ้นล็อตใหญ่ออกมาเสนอขายในรูปแบบโอเวอร์ไนท์ดีล (กำหนดราคาขายข้ามคืน) ซึ่งจะทราบผลในวันที่ 10 ต.ค.นี้ คาดว่าราคาหุ้นจะซื้อขายแถว 104-107 บาทต่อหุ้น

“การขายหุ้นล็อตนี้ ต้องการขายให้กับนักลงทุนสถาบันไทยและต่างประเทศรายใหญ่จริงๆ จึงกำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องซื้อไม่ต่ำ 20 ล้านบาทต่อราย หากเทียบกับเมื่อตอนกลุ่มจีอีขายหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กำหนดเพียงรายละ 3 ล้านบาทเท่านั้น โดยทำผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส เช่นเดียวกัน” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านการซื้อขายหุ้น BGH วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ราคาหุ้นปิดที่ 109.50 บาท ลดลง 2 บาท คิดเป็น 1.79% มูลค่าการซื้อขายรวม 562 ล้านบาท เทียบกับวันก่อนที่ราคาบวก 2 บาท ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายหนาตาถึง 1,159 ล้านบาท

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น BGH มี นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ถือหุ้นใหญ่ที่สุด สัดส่วน 12.70% ตามด้วยนายวิชัย ทองแตง ถือ 9.94% และนายสาธิต วิทยากร ถืออันดับสาม จำนวน 7.94%

ด้านตลาดหุ้นไทยรูดลงแรงตามตลาดต่างประเทศ โดยถูกถล่มหนักในช่วงบ่าย กดดัชนีหุ้นหลุดระดับ 1,300 จุด ลงไปเกือบต่ำสุดของวันที่ 1,292.48 จุด ลดลง 12.23 จุด หรือ 0.94% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากถึง 40,065.40 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติขายเพียงเล็กน้อย 426 ล้านบาท สถาบันในประเทศทิ้งหนัก 1,083 ล้านบาท และรายย่อยช้อน 1,617 ล้านบาท หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและความกังวลปัญหาหนี้ยุโรป โดยไม่สนใจข่าวดีเรื่องจีนออกมาตรการซื้อพันธบัตรเลย

นายอติ อติกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เปิดเผยว่า ขณะนี้หุ้นไทยเรียกได้ว่าหมดเสน่ห์ในการลงทุนแล้ว หากพิจารณาอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.28% ใกล้เคียงกับผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ระดับ 3% ขณะที่การลงทุนในหุ้นไทยยังมีโอกาสในการสูญเสียเงินต้น ส่วนพันธบัตรรัฐบาลไม่มีทางจะเสียเงินต้น และหากดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 1,430 จุด จะทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนทั้งสองทางเท่ากันที่ระดับ 3%

อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเป็นเรื่องยากที่หุ้นจะขยับขึ้นไปที่ระดับ 1,430 จุด เนื่องจากระดับราคาขณะนี้ถือว่าเต็มมูลค่าและรับรู้ผลประกอบการที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ของปีนี้ไปแล้ว ยกเว้นว่าจะมีข่าวใหม่เข้ามาสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด เช่น กำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2556 มีการขยายตัวในระดับสูง หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดดอกเบี้ย เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้อาจดันให้หุ้นไทยขึ้นไปต่อได้

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี