posttoday
Viva BrazilZ15X

Viva BrazilZ15X

09 ตุลาคม 2555

วิสัยทัศน์และการจัดการประเทศบราซิลในหลายมิติ

โดย...ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา

วิสัยทัศน์และการจัดการประเทศบราซิลในหลายมิติ

บราซิลมีวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงการศึกษากับการสร้างประเทศที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

บราซิลได้สำรวจตัวเองแล้วเห็นว่าที่ประเทศบราซิลสามารถยืนอยู่ได้อย่างเข้มแข็งขณะนี้ได้ ซึ่งรับอานิสงส์มาจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ในการผลิตสินค้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบราซิลยังไปไม่ถึงไหน

สาเหตุเนื่องมาจากนักศึกษาในบราซิลได้คะแนนทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่ำมาก และบราซิลหันไปมองว่าตัวเลขนักศึกษาของตนเองที่ออกไปเรียนในสถาบันการศึกษานอกประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่นก็ต่ำมากด้วยเช่นกัน

นักศึกษาบราซิลมีอยู่ในสหรัฐเพียง 9,000 คน แต่นักศึกษาจีนมีอยู่ถึง 1.2 แสนคน อินเดียมี 1 แสนคน เกาหลีใต้มี 7.2 หมื่นคน

บราซิลรู้ว่านั่นแหละคือเหตุผลที่ทำไมนวัตกรรมในปัจจุบันนี้ไปเริ่มบานสะพรั่งขึ้นที่เอเชีย เช่น ผลิตภัณฑ์ของ Samsung, LG..

ว่าแล้ว รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบราซิลประกาศจะสร้าง “คนบราซิลสายพันธุ์ใหม่” เพื่อการพัฒนาประเทศ

เริ่มด้วยการประกาศโครงการให้ทุนส่งนักศึกษาบราซิลไปศึกษาในยุโรปและอเมริกาจำนวน 7.5 หมื่นคน โดยเน้นทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมอวกาศ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยเฉพาะ

ขอเน้นว่า “7.5 หมื่นคน” ค่ะ

บราซิลรู้ว่าการส่งนักเรียนทุนไปเรียนเพียง 1020 คนกลับมาแล้วสร้างพลังทางการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศได้น้อยมาก

แต่การส่งนักศึกษาทุน 7.5 หมื่นคนไปในโครงการนี้ จะกระจายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยดังๆ ของโลก เช่น ฮาร์วาร์ด สแตนฟอร์ด ออกซฟอร์ด ฯลฯ กลับมาแล้วจะมีผลในการ “รื้อ” ประเทศกันเลยค่ะ

ผลพลอยได้ที่บราซิลจะได้ตามมาไม่กี่ปีข้างหน้าคือเรื่องของ Connections

เพราะนักศึกษาจำนวนมากที่ส่งออกไปเรียนจะได้รู้จักกับนักศึกษาชั้นหัวกะทิในประเทศต่างๆ มีโอกาสไปมีบทบาทความร่วมมือทางงานวิทยาศาสตร์ ธุรกิจ การเมือง ฯลฯ กับนานาชาติได้ง่าย ซึ่งจะส่งผลดีต่อบราซิลในอีกหลายมิติ

ท่านผู้อ่านขาคอยดูห้ามกะพริบตาค่ะ ว่า

บราซิลซึ่งมีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลกในปัจจุบัน

ในอนาคตไม่นานจากนี้เมื่อนักศึกษาทุน 7.5 หมื่นคน ได้กลายไปเป็นคนบราซิลสายพันธุ์ใหม่เข้าสู่ภาคการทำงานและการเมือง บราซิลจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็นอย่างไร

ผู้รับผิดชอบทางการศึกษาในประเทศที่ปล่อยการศึกษาให้คลั่งอยู่กับการกวดวิชาเพียงไปเพื่อสอบติดคณะดังๆ ในมหาวิทยาลัย แต่จบออกมาแล้วก็ไม่ได้สร้างพลังให้กับประเทศอย่างแท้จริง โปรดหันไปดูแนวคิดการสร้างคนสายพันธุ์ใหม่ของบราซิลบ้างเถอะค่ะ

เครื่องบิน A320 ของสายการบิน TAM พาเรามาลงที่ท่าอากาศยาน Iguazu ในช่วงบ่ายอากาศอ้าวเหมือนกับว่าฝนกำลังจะตกเราเดินลงบันไดเครื่องบินแล้วตรงไปยังอาคารขาเข้าเพื่อรับสัมภาระ

ขณะนั้นพวกเราก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปเที่ยวน้ำตก Iguazu กันอย่างไร แต่ก็รู้อยู่ว่าการไปกันเองมันคงไม่สะดวกและง่ายนัก เพราะต้องจัดการเรื่องเวลาและการจะข้ามแดนเข้าไปยังประเทศอาร์เจนตินา

หลังจากรับสัมภาระเราเห็นบริษัททัวร์บริษัทหนึ่งก็ลองเข้าไปคุยกันอยู่พักหนึ่ง ก็เห็นว่าเขาสามารถจัดทัวร์ให้เรา 2 วันในราคาที่พอรับได้

วันนี้เขาจะพาเราไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตก Iguazu จากทางอากาศ จากนั้นพาไปเที่ยวในเขตอุทยานฝั่งบราซิล พรุ่งนี้จะเข้าไปเที่ยวน้ำตกในฝั่งอาร์เจนตินา

พอตกลงกันเสร็จสรรพ พวกเราก็ขนสัมภาระขึ้นรถไปยังโรงแรมที่จองมาจากกรุงเทพฯ

ในตัวเมือง Iguazu เงียบบรรยากาศคล้ายๆ กับเมืองที่อยู่ใกล้น้ำตก Niagara ที่แคนาดาและอเมริกา คนเข้ามาในตัวเมืองก็เพียงเพื่อมาแวะนอนค้างสัก 12 คืน เพื่อจะไปเที่ยวน้ำตกไม่ได้มาทำธุรกิจกันอย่างที่ Rio

โรงแรมในตัวเมือง Iguazu ที่เราเข้าพักคุณภาพดีมากกิจการโรงแรมน่าจะดีเพราะกำลังต่อเติมกันอยู่

ก็น่าจะดีอยู่หรอกค่ะ

คุณจักรพันธุ์ไกด์ส่วนตัวบอกว่ามีคนมาเที่ยวน้ำตก Iguazu (จากฝั่งบราซิล) ขณะนี้ปีละประมาณ 1.3 ล้านคน เป็นคนบราซิลเอง 7 แสนคน อีก 6 แสนคนเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

คิดคร่าวๆ ว่า หากนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 6 แสนคนใช้เงินเฉพาะเที่ยวที่ Iguazu เฉลี่ยคนละกว่า 1 หมื่นบาทอย่างพวกเรา ปีหนึ่งบราซิลก็ได้เงินเข้าประเทศมากกว่า 6,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว

Iguazu ทำเงินให้ประเทศบราซิลปีละมหาศาล มันเป็นสมบัติชิ้นใหญ่ของบราซิลและอาร์เจนตินาอย่างแท้จริง

รถ Microbus รีบพาพวกเราออกเดินทางจากโรงแรมประมาณ 20 นาทีก็มาถึงสถานที่จอดเฮลิคอปเตอร์

คนมาใช้บริการทัวร์เฮลิคอปเตอร์บินพาไปชมเหนือน้ำตกกันหลายคัน เขาคิดค่าบริการคนละ 100 เหรียญสหรัฐก็ราว 3,300 บาท

เฮลิคอปเตอร์บินพาชมน้ำตก Iguazu ใช้เวลาทั้งหมด 10 กว่านาทีแป๊บเดียวเท่านั้นค่ะ

สำหรับพวกเราทุกคนในเที่ยวนี้ตั้งใจจะมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตก Iguazu ไว้แล้ว

แพงเท่าไหร่ก็จ่ายค่ะ

เฮลิคอปเตอร์บินไปกลับไม่ได้หยุดพัก

พวกช่างกล้องของบริษัทเฮลิคอปเตอร์ถ่ายภาพนิ่งและถ่าย Video คนที่จะขึ้นโดยสารทุกคน ตามไปถ่ายกันจนประตูเฮลิคอปเตอร์ปิดเพื่อเอาไปทำเป็น Video ไว้ขายตอนขากลับลงมาชุดละ 20 เหรียญสหรัฐ

เขาหาเงินจากนักท่องเที่ยวกันหลากหลายวิธีจริงๆ

เพื่อนเราที่บินกลับลงมายกหัวแม่โป้งให้ว่า

...เยี่ยม...

ถึงคิวเรามั่ง

ซึ่งก็เหลือ 4 คนสุดท้าย คนหนึ่งนั่งคู่กับคนขับ ส่วนอีก 3 คนนั่งข้างหลัง ผู้เขียนนั่งตรงกลางที่ข้างหลังจะลำบากหน่อยที่อาจเห็นน้ำตกได้ไม่สะดวกนัก

พนักงานมาตรวจรัดเข็มขัดให้ทุกคนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ร่วงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์แน่ จากนั้นก็เลื่อนประตูเฮลิคอปเตอร์มาปิดล็อก

พนักงานที่ลานจอดส่งสัญญาณยกหัวแม่โป้งให้คนขับทราบว่า OK Go!

ใบพัดเฮลิคอปเตอร์หมุนจี๋ดึงเราขึ้นไปในอากาศและบินมุ่งหน้าไปยังน้ำตก Iguazu m

(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี