
อายัดบัญชีตุ๋นเงิน
ปปง.สุดทนโดนอ้างชื่อหลอก ไล่ขย่มแบงก์ตรวจสอบลูกค้า
ปปง.สุดทนโดนอ้างชื่อหลอก ไล่ขย่มแบงก์ตรวจสอบลูกค้า
ปปง.ตัดสินใจใช้อำนาจตามกฎหมายอายัดบัญชีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกตุ๋นเงินประชาชนรวดเดียว 10 บัญชี
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ปปง.ได้รับการร้องเรียนทางโทรศัพท์จากประชาชนจำนวนมากว่า มีผู้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงาน ปปง. หมายเลข 02-219-3600 โทรศัพท์ไปหลอกลวงเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนจำนวนมาก แม้ว่าที่ผ่าน ปปง.ได้ดำเนินตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ล่าสุด ในวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ปปง.ได้ตัดสินใจใช้อำนาจตามกฎหมาย ปปง. มาตรา 48 วรรค 2 สั่งอายัดบัญชีธนาคารที่คนร้ายเปิดไว้รองรับเงินที่หลอกลวงประชาชนจำนวน 10 บัญชี ประกอบด้วยบัญชีของธนาคารกรุงเทพ 7 บัญชี ธนาคารทหารไทย 2 บัญชี และธนาคารออมสิน 1 บัญชี เพราะหากปล่อยไปจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้
บัญชีธนาคารที่คนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการรองรับเงินที่หลอกลวงประชาชนที่ ปปง.ได้อายัดไว้ ประกอบด้วย
1.ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนสามัคคี ประชานิเวศน์ เลขที่บัญชี 061-0-47357-1 เจ้าของบัญชี น.ส.ชลิดา ใหม่เอี่ยม 2.ธนาคารกรุงเทพ สาขาวงศ์สว่าง เลขที่บัญชี 194-0-79021-3 เจ้าของบัญชี นายวันชัย ตังศรีวงศ์
3.ธนาคารกรุงเทพ สาขานวนคร เลขที่บัญชี 875-0-33424-8 เจ้าของบัญชี นายอิทธิพล ภาคีธรรม 4.ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางปะกอก เลขที่บัญชี 043-0-30118-4 เจ้าของบัญชี นายณัฐวัฒน์ พัฒนสุนทร
5.ธนาคารกรุงเทพ สาขาบิ๊กซี ฉะเชิงเทรา เลขที่บัญชี 662-0-43454-5 เจ้าของบัญชี นายธีรเดช เลาหมู่ 6. ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำโรง เลขที่บัญชี 122-7-35669-6 เจ้าของบัญชี นายวีรพงษ์ ศรีสมพัด
7. ธนาคารกรุงเทพ สาขาห้าแยกปาก เกร็ด เลขที่บัญชี 207-4-23081-0 เจ้าของบัญชี น.ส.สุนิสา เพชรคุ้ม 8. ธนาคารทหารไทย สาขาขอนแก่น เลขที่บัญชี 335-7-55165-8 เจ้าของบัญชี น.ส.อาริยา สังสูงเนิน
9.ธนาคารทหารไทย สาขาแปลงยาว ฉะเชิงเทรา เลขที่บัญชี 440-2-36798-3 เจ้าของบัญชี นายวสันต์ นพศิริ 10.ธนาคารออมสิน เลขที่บัญชี 023-0-25113-4 เจ้าของบัญชี น.ส.รุ่งนภา ยอดมั่น
ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ปรากฏข้อมูลผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงและได้ไปซึ่งทรัพย์สินทั้งสิ้น 100 ราย ความเสียหายร่วม 50.8 ล้านบาท
เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าแก๊งคนร้ายได้เลี่ยงจากการเปิดบัญชีแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ มาเป็นพื้นที่ภาคกลางแทนโดยมีบัญชีธนาคารใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า หลังจากนี้ ปปง.จะเรียกผู้จัดการสาขาของแต่ละธนาคารมาสอบถาม ว่าได้ดำเนินการตามกฎกระทรวงเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ.ศ. 2555 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ หากธนาคารฝ่าฝืนไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงลูกค้าก่อนอนุญาตให้เปิดบัญชี จะมีความผิดและมีโทษปรับบัญชีละ 5 แสนบาท
เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ตามกฎหมายฟอกเงิน สถาบันการเงินมีหน้าที่ในการตรวจสอบการเปิดบัญชีของลูกค้า ต้องรู้จักตัวตนของลูกค้าและติดตามพฤติการณ์ทางการเงินที่ผิดปกติ รวมถึงช่วยตรวจสอบกลุ่มคนร้ายใช้บัญชีธนาคารไปรองรับเงินที่หลอกลวงผู้เสียหายได้ ความบกพร่องจากการไม่ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมทางการเงินของบัญชีลูกค้าที่นำไปใช้ในการกระทำความผิด อาจมีความผิดตามกฎหมายฟอกเงินที่ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายด้วย
ขณะเดียวกัน หากสำนักงาน ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีธนาคารไว้ให้กลุ่มคนร้ายในการรองรับเงินที่หลอกลวงประชาชน หรือถือครองทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้แทน บุคคลผู้เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการทั้งทางอาญาในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุก และจะยึดทรัพย์เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
“หากผู้เป็นเจ้าของบัญชีเหล่านี้ อ้างว่า ไม่รู้เรื่องในการที่คนร้ายนำบัญชีธนาคารชื่อตนไปใช้ในการกระทำผิด ขอให้รีบมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินอย่างเด็ดขาด” พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว







