
TTCLคว้างานญวน4พันล้าน
มาร์จินสูงรายได้เข้าเป้าหมื่นล. สร้างชื่อเสียงรับเหมานานาชาติ.
โพสต์ทูเดย์
— TTCL แข่งงานต่างประเทศสบาย ชนะประมูลสร้างโรงงานเอทานอลเวียดนามรวด 2 โรง ร่วม 4,000 ล้านบาท มาร์จินสูงเพิ่มรายได้นายสุวิทย์ มโนมัยยานนท์ กรรมการและรองประธานฝ่ายขาย บริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับหนังสือแจ้งความจำนงเพื่อทำสัญญาก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลที่ประเทศเวียดนามพร้อมกัน 2 โครงการ โครงการละ 2,000 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะทยอยรับรู้รายได้ประมาณ 55% ภายในปีนี้
“
งานที่ได้มาครั้งนี้ทำให้มีงานเพิ่มเป็นกว่า 1 หมื่นล้านบาท และสอดคล้องกับแผนงานของเราที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้งานต่างประเทศ ซึ่งมีอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 4% ขณะที่งานในประเทศได้ 3% และยังช่วยยกระดับบริษัทก่อสร้างแบบครบวงจร หรือ (EPC) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสู่การเป็นบริษัทรับเหมาแบบครบวงจรระดับนานาชาติ” นายสุวิทย์ กล่าวสาเหตุที่ TTCL ชนะงานทั้งสองโครงการนั้นเป็นเพราะบริษัทมีประสบการณ์ในการออกแบบและก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่ในต่างประเทศ รวมถึงในประเทศเวียดนามมากว่า 13 ปี และยังมีบริษัท โตโยเวียดนาม ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประมูลงานต่างประเทศ มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท อาทิ โรงงานปุ๋ยที่ประเทศเวียดนามมูลค่า 4,000 ล้านบาท โครงการสร้างคอมเพล็กซ์ปิโตรเคมีของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ที่เวียดนาม ซึ่งเป็นงานในส่วนของบริษัทมูลค่า 6,500 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้ คาดจะมีรายได้รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท นับว่าใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา แต่ต่ำกว่าไตรมาสแรกของปี 2552 ซึ่งมีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท ส่วนผลงานทั้งปีนี้คาดรายได้คงจะถึงเป้าที่ตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท นับว่าใกล้เคียงกับที่ทำได้ทั้งปี 2552
“
แม้งานก่อสร้างภาคเอกชนจะน้อยลงในปีนี้ แต่เราได้ชักชวนให้เขามาให้เราออกแบบไปพลางๆ ก่อนระหว่างรอใบอนุญาต ซึ่งทำให้บริษัทมีรายได้จากส่วนนี้ประมาณ 10% ของมูลค่าโครงการ” นายสุวิทย์ กล่าวสำหรับ TTCL เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีผลกำไรสุทธิสูงที่สุดในกลุ่ม 2 ปีซ้อน ล่าสุดปี 2552 มีกำไรสุทธิ 327 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.78 บาท ขณะที่มีทุนชำระแล้วเพียง 480 ล้านบาท แถมยังมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูงสุดถึง 23% และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) มากกว่า 10% ส่วนหุ้นมีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) เพียง 9.44 เท่า ซึ่งถูกที่สุดในกลุ่มและบริษัทไม่มีหนี้สินกับสถาบันการเงินใดเลย







