
บี้โต้งแจงสั่งอย.-กรมทรัพย์สินปิดปากผลกระทบFTA
เอ็นจีโอจี้ “กิตติรัตน์” แจงเหตุสั่ง อย.-กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปิดปากผลกระทบการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-ยุโรป
เอ็นจีโอจี้ “กิตติรัตน์” แจงเหตุสั่ง อย.-กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปิดปากผลกระทบการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-ยุโรป
เครือข่ายภาคประชาสังคม 14 องค์กร ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการจัดทำการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป โดยเฉพาะความพยายามเร่งรัดนำร่างกรอบเจรจาเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และให้ทันภายในสมัยประชุมของรัฐสภา
นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพยายามบิดเบือนข้อมูลว่าประเทศไทยจะไม่ได้ผลกระทบจากการยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงทางการค้าว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าความตกลงในองค์การการค้าโลก (TRIPs Plus)
นอกจากนี้ มีกระแสข่าวว่าเมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีได้เรียกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เข้าพบ เพราะไม่พอใจที่ 2 หน่วยงานนี้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากไทยต้องยอมรับทริปส์พลัส
"อยากให้รองนายกฯ กิตติรัตน์ ชี้แจงว่าเป็นความจริงหรือไม่ เหตุใดจึงสั่งให้ 2 หน่วยงานนี้ห้ามพูดเรื่องผลกระทบทั้งที่เป็นความจริง ผลกระทบต่อการเข้าถึงยาและระบบสาธารณสุขของประเทศไม่ใช่เรื่องที่จะมาเที่ยวโกหกหรือปิดบังความจริงได้"นายอภิวัมน์กล่าว
นายอภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ก่อนที่รัฐบาลจะทำข้อตกลงระหว่างประเทศที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และประชาชนอย่างกว้างขวาง จะต้องให้ครม.ให้ข้อมูลและจัดรับฟังความเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงรายละเอียดกรอบข้อตกลงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ตามที่รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 มาตรา 190 บัญญัติไว้ด้วย
นางปัจฉิมา ธนสมบัติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรปเป็นเรื่องใหญ่ต้องทำอย่างรอบคอบ และหากไทยไปยอมรับความตกลงที่เกินไปกว่าทริปส์ตามที่สหภาพยุโรปต้องการ จะนำไปสู่การแก้กฎหมายซึ่งประเทศสมาชิกอื่นๆ ขององค์การการค้าโลกจะมาเรียกร้องขอใช้ประโยชน์ด้วย และต้องศึกษาประเทศอื่นๆ ว่า เป็นเช่นไร ไม่ใช่ทำกันบางประเทศ แล้วไปยอมรับมา น่าจะดูผลประโยชน์ส่วนใหญ่ เพราะจะมีปัญหากับการเข้าถึงยาของประชาชนด้วย ยาเป็นเรื่องสำคัญ







