
ทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุนมาเลเซียปี’56
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้แถลงงบประมาณปี 2556 ต่อรัฐสภา ภายใต้แนวคิดหลัก
โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้แถลงงบประมาณปี 2556 ต่อรัฐสภา ภายใต้แนวคิดหลัก “สร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ เสริมสร้างความกินดีอยู่ดีแก่ประชาชน คำมั่นสัญญาที่ดำเนินการบรรลุผลแล้ว” (Prospering the Nation, Enhancing Wellbeing of the Rakyat : a Promise Fulfilled) มีหลายประเด็นน่าสนใจมาก เนื่องจากในระยะที่ผ่านมามาเลเซียนับว่าประเทศผลสำเร็จในด้านเศรษฐกิจการลงทุนเป็นอย่างมาก อะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ประการแรก เร่งรัดการลงทุนในธุรกิจเป้าหมายที่เรียกในชื่อของ (NKEA) ประกอบด้วย 11 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มการศึกษา กลุ่มเกษตรกรรม กลุ่มโทรคมนาคม เนื้อหา และโครงสร้างพื้นฐาน กลุ่มน้ำมันปาล์ม กลุ่มสุขภาพ กลุ่มค้าส่งและค้าปลีก กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงาน กลุ่มบริการทางธุรกิจ และกลุ่มบริการทางการเงิน รวมกับอีก 1 พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ คือ กรุงกัวลาลัมเปอร์และปริมณฑล รวมเป็น 12 สาขา
ประการที่สอง รัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนลงทุนในประเทศในกิจการยุทธศาสตร์ (Domestic Investment Strategic Fund) มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ภายใต้หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของมาเลเซีย คือ หน่วยงานพัฒนาการลงทุนแห่งประเทศมาเลเซีย (MIDA) เพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทมาเลเซียในด้านต่างๆ เช่น การซื้อเทคโนโลยี
ประการที่สาม การพัฒนามาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคนั้น ซึ่งความจริงแล้วไทยเคยมีความคิดเช่นนี้ โดยดำเนินการไปแล้วเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากกฎระเบียบและระบบภาษีอากรไม่เอื้ออำนวย ทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้นว่า หากผสมน้ำมันเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ ซึ่งต้องการน้ำมันคุณภาพแตกต่างกัน อาจถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ถูกจับติดคุกในข้อหาปลอมปนน้ำมันได้
แต่กรณีของมาเลเซียกลับประสบผลสำเร็จ แม้แต่บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของไทยยังเปลี่ยนใจไปตั้งฐานการค้าน้ำมันระหว่างประเทศในมาเลเซีย สำหรับในงบประมาณปี 2556 รัฐบาลมาเลเซียได้กำหนดมาตรการส่งเสริมทั้งในด้านสิทธิและประโยชน์ภาษีอากรและไม่ใช่ภาษีอากร ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในด้านการกลั่น คลังเก็บรักษา และการค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ในรูปยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10 ปี การให้สิทธิและประโยชน์ Investment Tax Allowance ในอัตรา 100% เป็นเวลา 10 ปี การยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย รวมถึงการยกเว้นอากรแสตมป์
ประการที่สี่ พัฒนามาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ โดยปรับปรุงมาตรการ Global Incentive for Trading (GIFT) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทการค้าในระดับโลกมาตั้งฐานที่มาเลเซีย อยู่ในข่ายเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเพียงแค่ 3% ซึ่งมาตรการนี้กำหนดจะขยายขอบข่ายกว้างขวางขึ้นให้ครอบคลุมไปถึงการซื้อขายสินค้าเกษตร วัตถุดิบที่แปรรูป สินแร่ เคมีภัณฑ์ ฯลฯ
ประการที่ห้า การพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันประสบความสำเร็จมากภายใต้แบรนด์การท่องเที่ยวที่ว่า “มาเลเซีย ที่นี่เอเชีย” หรือ “Malaysia Truly Asia” กลายเป็นคำขวัญคุ้นหูของคนทั่วโลก ทำให้กลายเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2554 มีจำนวน 24.7 ล้านคน ขณะที่ไทยเป็นอันดับที่ 2 จำนวน 19.2 ล้านคน
การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกับมาเลเซียจะยิ่งเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้แถลงว่าจะประกาศให้ปี 2556 และ 2557 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของมาเลเซีย (Visit Malaysia Year 2013/2014) โดยมีเป้าหมายเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปีละ 26.8 ล้านคน จะสนับสนุนบริษัทนำเที่ยว โดยหากรายใดที่สามารถนำนักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยวมาเลเซียขั้นต่ำ 750 คน หรือให้บริการนักท่องเที่ยวภายในประเทศขั้นต่ำ 1,500 คนแล้ว รัฐบาลจะเสนอให้ยกเว้นภาษีเงินได้เป็นเวลา 3 ปี
ประการที่หก การพัฒนานวัตกรรมจะจัดสรรเงิน 6,000 ล้านบาท แก่มหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย 5 แห่ง เพื่อทำการวิจัยในด้านที่มีศักยภาพในระดับสูง เช่น นาโนเทคโนโลยี ยานยนต์ อากาศยาน เทคโนโลยีชีวภาพ ฯลฯ พร้อมกับเสนอให้สิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรในรูปต่างๆ เพื่อกระตุ้นการนำผลการวิจัยและพัฒนามาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เป็นต้นว่า หากบริษัทใดนำเงินไปลงทุนในบริษัทลูกที่ทำธุรกิจในด้านนำผลวิจัยมาใช้เชิงพาณิชย์แล้ว จะสามารถเงินลงทุนก้อนนั้นเป็นค่าใช้จ่ายได้ ขณะที่บริษัทลูกจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นเวลาหัก 10 ปี
ความสำเร็จของมาเลเซียนับว่าเป็นกรณีศึกษาของไทย โดยเฉพาะความสำเร็จในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค ความสำเร็จในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงรูปแบบการดำเนินนโยบายอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์







