
เมเจอร์ฯติดใจ‘ทีวีดาวเทียม’
ร่วมทุนยักษ์มะกันผุดช่องเด็ก พร้อมเปิดบริษัทผลิตหนังอีก
ร่วมทุนยักษ์มะกันผุดช่องเด็ก พร้อมเปิดบริษัทผลิตหนังอีก
เมเจอร์ฯ เล็งผนึกยักษ์อเมริกาเปิดตัวทีวีดาวเทียมช่องใหม่ต้นปีหน้า พร้อมเปิดตัวค่ายหนังใหม่ พร้อมขยับราคาขายโฆษณาเพิ่ม ฟุ้งปีหน้ารายได้ธุรกิจทีวีดาวเทียมทะลุ 150 ล้านบาท
นายสยามรัศมิ์ เลาหสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง ผู้ดำเนินธุรกิจทีวีดาวเทียม ช่อง เอ็มชาแนล เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจับมือพันธมิตรรายใหญ่จากอเมริกา เปิดช่องทีวีดาวเทียมช่องใหม่ด้วยงบกว่า 100 ล้านบาท เจาะกลุ่มเป้าหมายเด็ก เน้นผลิตรายการสำหรับเด็ก เช่น การ์ตูน ซึ่งยังมีโอกาสทำตลาด
“บริษัทจะจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ เพื่อบริหารช่องดาวเทียมใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ และจะเริ่มออกอากาศให้ได้ในต้นปีหน้า” นายสยามรัศมิ์ กล่าว
สำหรับการร่วมทุนดังกล่าวบริษัทจะผู้ถือหุ้นประมาณ 51% และพันธมิตรจากอเมริกาถือประมาณ 49% ซึ่งการร่วมมือกันดังกล่าวเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป บริษัทแม่ของบริษัทให้มีความครบวงจรมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะมีธุรกิจทีวีดาวเทียมแล้วยังมีคอนเทนต์ภาพยนตร์ และบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรีบมงบประมาณไว้อีก 5060 ล้านบาท สำหรับซื้อคอนเทนต์รายการใหม่ๆ เพื่อนำมาออกอากาศในช่วงทีวีดาวเทียมช่องใหม่ให้มีความหลากหลายอีกด้วย หลังเปิดตัวทีวีดาวเทียมช่องใหม่ บริษัทยังเตรียมงบ 50-60 ล้านบาท เพื่อซื้อคอนเทนต์รายการต่างๆมาออกอากาศ
ขณะที่ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ในปี 2556 บริษัทมีแผนร่วมกับบริษัทแม่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดตัวบริษัทผลิตหนังใหม่เพิ่มอีก 1 บริษัท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ บริษัท เอ็ม 39 ซึ่งเป็นผู้ผลิตหนังอีกหนึ่งรายของเครือเมเจอร์ โดยในส่วนของบริษัทใหม่นี้จะเป็นการร่วมทุน ระหว่าง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง และพันธมิตร ซึ่งรูปแบบหนังที่จะผลิตออกมาจะเน้นหนังตลาดเฉลี่ยที่ปีละ 3-4 เรื่อง
สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจของช่องเอ็มชาแนล ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยบริษัทสามารถขายช่วงเวลาโฆษณาได้เต็ม 100% ซึ่งปัจจุบันบริษัทคิดราคาอยู่ที่นาทีละ 4,000-5,000 บาท แต่จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบริษัทมีแผนที่จะทยอยปรับราคาโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 7,000–1 หมื่นบาท
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มปรับราคาในส่วนของลูกค้าใหม่ไปบ้างแล้ว และคาดว่าภายในต้นปีหน้าจะสามารถปรับราคาโฆษณาแก่ลูกค้าทั้งหมดได้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้ในสิ้นปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 50 ล้านบาท







