
‘กรุงศรี’ลุยหุ้นตลาดเกิดใหม่
ทิสโก้ลุยเก็บหุ้นเอเชียออกกองหุ้นขาย10-17ต.ค. บลจ.ทิสโก้ชูเอเชียศก.แกร่ง
ทิสโก้ลุยเก็บหุ้นเอเชียออกกองหุ้นขาย10-17ต.ค. บลจ.ทิสโก้ชูเอเชียศก.แกร่ง
บลจ.กรุงศรีลุยตลาดหุ้นเกิดใหม่ เชื่อเศรษฐกิจรุ่ง “ทิสโก้” ชูเอเชียแปซิฟิกแกร่งจ่อออกทาร์เก็ตฟันด์
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรี อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต อิควิตี้ (KFEM) ระหว่างวันที่ 10-17 ต.ค. 2555 เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ทั่วโลกที่เศรษฐกิจเติบโตสูง และมูลค่าตลาดหุ้นเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
กองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุน Vontobel-Emerging Markets Equity Fund, Class/USD (กองทุนหลัก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าหน่วยลงทุน บริหารจัดการโดย Vontobel Asset Management ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งมากว่า 90 ปี มีสินทรัพย์ภายใต้บริหาร 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีบริษัทแม่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ในสวิส
สำหรับกองทุนหลักมีขนาด 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จัดตั้งมาเป็นเวลา 20 ปี เน้นลงทุนหุ้นประมาณ 50-90 บริษัท โดยพอร์ตลงทุนสูงสุดอยู่ที่อินเดีย บราซิล ส่วนการลงทุนในอังกฤษ แม้ไม่ได้เป็นตลาดเกิดใหม่ แต่บริษัทที่ลงทุนดำเนินธุรกิจหลักอยู่ในประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก และในพอร์ตลงทุนสูงสุดอยู่ในกลุ่มอุปโภคและบริโภค โดยกองทุนไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
“ตลาดเกิดใหม่มีอัตราการบริโภคในประเทศในระดับสูง ประชากรมีรายได้ที่สูงขึ้น มีสัดส่วนหนี้สินภาครัฐต่อจีดีพีในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือสูงขึ้น” นายฉัตรพี กล่าว
ด้านผลการดำเนินงานกองทุนหลัก ณ วันที่ 31 ส.ค. 2555 ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 11.6% ขณะที่ดัชนีเปรียบเทียบอยู่ที่ 5.6% ย้อนหลัง 1 ปี ติดลบ 2.3% ดัชนีเปรียบเทียบลบ 18.4% ย้อนหลัง 2 ปี บวก 29.8% ดัชนีเปรียบเทียบบวก 18.9% เป็นต้น โดยที่ผ่านมากองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าและความผันผวนที่ต่ำกว่าดัชนี MSCI Emerging Markets
น.ส.วรสินี สังวรเวชภัณฑ์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ทิสโก้ เวลธ์ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า การลงทุนในเดือน ต.ค.นี้ ทิสโก้ เวลธ์ แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น เนื่องจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีกว่าภูมิภาคอื่น
เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่อุปสงค์แข็งแกร่งภายในภูมิภาคด้วยกันเอง มีดุลบัญชีฯ เกินดุล มีปริมาณเงินสำรองสูง และมีหนี้สาธารณะต่อ GDP ในระดับต่ำ ตลอดจนมีนโยบายการเงินการคลังที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และความสามารถทางการแข่งขันทางการค้าอยู่ในระดับสูง
“นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เริ่มปรับเพิ่มประมาณการผลดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้น จากครึ่งปีแรกที่ปรับลดลง ซึ่งการปรับเพิ่มนี้เป็นผลจากนักลงทุนเริ่มคลายกังวลปัญหาในยุโรปและสหรัฐ และมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นในการกลับเข้ามาลงทุนตลาดหุ้นเอเชีย โดยสัปดาห์นี้บริษัทจะออกกองทุนทาร์เก็ตฟันด์ลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่นักลงทุน” น.ส.วรสินี กล่าว
นอกจากนี้ แนะให้เลี่ยงลงทุนหรือลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มยุโรปตะวันออก เพราะคาดว่าปัญหาหนี้ยังไม่จบและจะกระทบการลงทุนเป็นช่วงๆ ส่วนตลาดหุ้นละตินอเมริกา แม้จะมีสัญญาณของการเติบโตเศรษฐกิจเป็นบวกและน่าจะรักษาอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% ไว้ได้ แต่การเติบโตยังน้อยกว่าภูมิภาคเอเชีย ประกอบกับราคาหุ้นเริ่มแพงโดยเฉพาะบราซิล







