posttoday
ศรีอยุธยาประกันภัย....ภารกิจโตทางลัด

ศรีอยุธยาประกันภัย....ภารกิจโตทางลัด

23 มีนาคม 2553

8...วารุณี อินวันนา

การตัดสินใจของผู้บริหารบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย เข้าทำสัญญาซื้อบริษัท บีทีประกันภัย นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามของวงการประกันภัยในขณะนี้ ยุคที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต้องการสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทประกันภัย โดยการนำเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง (RBC) มาใช้ในปี 2554 จะทำให้แต่ละบริษัทต้องดำรงเงินกองทุนมากขึ้น อาจทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมไม่มีเงินเพิ่มทุน ต้องขายธุรกิจให้นักลงทุนรายใหม่ หรือควบรวมกิจการกันมากขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทที่มีเงินกองทุนแข็งแกร่งถือโอกาสนี้เลือกซื้อบริษัทประกันภัยที่มีจุดแข็งเฉพาะ เข้าเสริมความแข็งแกร่ง และขยายศักยภาพในการทำตลาด ดังที่ โรวัน ดี อาซี่ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย กล่าวว่า เป็นหนึ่งในเหตุผลในการตัดสินใจเข้าซื้อบริษัท บีทีประกันภัย ซึ่งไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ แต่ยังมีนโยบายการเข้าซื้อกิจการของบริษัทประกันภัยรายอื่นๆ อีกหากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ

vปัจจัยที่ใช้ในการเลือกซื้อบริษัทประกันภัยเข้ามาควบรวมกิจการ?

โรวัน : การตัดสินใจซื้อบริษัท บีทีประกันภัย ง่าย เมื่อเรารู้ว่าต้องการอะไร และจะได้อะไร ซึ่งครั้งนี้เราจะได้ช่องทางในการกระจายสินค้าได้มากขึ้น มีโอกาสทางการตลาดผ่านธนาคารซีไอเอ็มบีแบงก์ ทำให้มีโอกาสในการขายมากขึ้น

ปัจจุบันทางบริษัทขายประกันผ่านธนาคารและสถาบันการเงินมากกว่า 10 แห่ง แน่นอนว่าการขายผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นช่องทางที่ทำรายได้หลักให้เรา เพราะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น และมีความสัมพันธ์ที่ดี มีการทำงานร่วมกันในการออกแบบประกันภัยด้วยกัน ทำให้ได้รับรางวัลมากมายในปี 2552 เช่น แบบประกันตระกูล “พรอม” ทั้งหลาย และในปีนี้เราก็ได้รับรางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ผ่านธนาคาร ซึ่งคาดว่ายอดขายประกันผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยาในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

vภายหลังการควบรวมกิจการเสร็จ จะทำให้บริษัทมีสินทรัพย์ หนี้สิน เบี้ยประกันภัย ส่วนแบ่งการตลาด และฐานลูกค้าอยู่ที่เท่าไหร่?

โรวัน : ตอนนี้ไม่สามารถตอบเรื่องจำนวนสินทรัพย์ หนี้สิน และเบี้ยประกันภัยได้ เพราะต้องรออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อน เนื่องจากเราเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่สามารถที่จะตอบได้บางส่วน โดยอิงข้อมูลตัวเลขจากปี 2552 คือ จำนวนกรมธรรม์จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนฉบับ มีเบี้ยประกันภัยรวม 2,200 ล้านบาท

ที่ประกันภัยรถยนต์มีอันดับท้ายๆ เพราะบริษัทไม่ได้เน้นตลาดประกันภัยรถยนต์ เราเน้นตลาดประกันอัคคีภัย ประกันภัยขนส่งทางทะเล และประกันภัยเบ็ดเตล็ด ซึ่งภายหลังควบรวมกิจการ เรายังคงเน้นนโยบายขยายตลาดประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ต่อไป ขณะที่อันดับทางการตลาดของบีทีประกันภัยในปัจจุบันอยู่ที่ 51 จากบริษัทประกันภัยทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีฐานะการเงิน หรืออัตราส่วนในการดำรงเงินกองทุนที่แข็งแกร่งที่สุดในวงการประกันภัยมาตลอด ซึ่งเราไม่ได้จัดเอง แต่ทาง คปภ. เป็นผู้จัด และการนำเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง (RBC) มาใช้ ไม่มีผลต่อเงินกองทุนของบริษัท

vการดำเนินการซื้อประกันภัยรายอื่นๆ เพิ่มเติม ยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่?

โรวัน : อยากจะทำการซื้อบริษัท บีทีประกันภัย ให้จบก่อน แล้วถึงจะพิจารณารายใหม่ๆ ต่อไป ถ้าการซื้อขายครั้งนี้เกิดขึ้น จะทำให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ดีต่อไปในอนาคต ถ้ามีโอกาสที่ดีในตลาด ทางเราก็อยากใช้โอกาสนั้นให้ถูกต้องและถูกจังหวะ

การซื้อบริษัทประกันภัยไม่ใช่เรื่องง่าย แค่จ่ายเงินเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดที่จะต้องพิจารณา ทุกอย่างต้องกลมกลืน ไปด้วยกันได้ ทั้งการบริหารจัดการ การรวมกิจการ ทำให้ธุรกิจสวยงาม ต้องใช้เวลา เพราะอยากให้การซื้อขายครั้งนี้ออกมาดีต่อพนักงาน ต่อลูกค้า ต่อผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะลูกค้า ต้องมั่นใจว่าเขาจะได้รับการบริการที่ดีขึ้นหลังการรวมกิจการ

vโดยทั่วไปบริษัทที่เป็นผู้ซื้อ จะเป็นแกนนำในการควบรวมกิจการ หรือรับโอนทรัพย์สินจากบริษัทที่ถูกซื้อ แต่บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย มีแผนที่จะโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับประกันภัย กรมธรรม์ใหม่ๆ ไปยังบริษัท บีทีประกันภัย ที่ถูกบริษัทซื้อ?

โรวัน : ยังไม่สามารถให้คำตอบได้จนกว่าจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 เม.ย. 2553 นี้ แต่ขอทำความเข้าใจว่า ขณะนี้บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย ยังรับประกันภัย ทำธุรกิจตามปกติ และให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะตกลงซื้อขายกันแล้ว แต่จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงปลายปี 2554 ที่ต้องเป็นเวลานั้น เพราะขณะนี้ต้องรอผู้ถือหุ้นอนุมัติก่อน และ คปภ. ยังไม่อนุญาตปรับเปลี่ยน หรือว่าการคืนใบอนุญาต จะทำไม่ได้จนกว่าบริษัทจะดำเนินการชำระบัญชีทุกอย่างให้เสร็จสิ้น ซึ่งเราเป็นห่วงว่าลูกค้า ตัวแทน บริษัทนายหน้าจะเข้าใจผิด คิดว่าเราจะหยุดทำธุรกิจ จริงๆ แล้วยังไม่หยุด ยังทำธุรกิจตามปกติ

vมีแผนที่จะแปลงบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย เป็นบริษัทลงทุน หรือโฮลดิง เพื่อเข้าไปลงทุนในบริษัทอื่นๆ ต่างจากบริษัททั่วๆ ไป ที่ผ่านมาจะตั้งบริษัทลงทุนขึ้นมาใหม่?

โรวัน : ยังไม่สามารถให้คำตอบในประเด็นนี้ได้ เพราะต้องรอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

vผลกระทบภายหลังแผนการโอนธุรกิจประกันภัยจากบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย ไปยังบริษัท บีทีประกันภัย?

โรวัน : ยังตอบไม่ได้ ต้องรอผู้ถือหุ้นมีมติออกมาก่อน แต่เรายังคงเลือกที่จะทำให้ตลาดการรับประกันภัยประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์เติบโตอย่างต่อเนื่อง

vภายหลังจากแผนการเป็นบริษัทโฮลดิงสำเร็จ จะเน้นลงทุนในธุรกิจประกันภัยเป็นหลัก หรือขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ อีก?

โรวัน : นี้ก็ยังตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน

vเหตุที่มีแผนจะคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยคืน คปภ. แทนที่จะนำใบอนุญาตไปขาย?

โรวัน : ยังตอบไม่ได้ มันอยู่ในแผน แต่แผนนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ หากผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ เราได้มีการเจรจาและทำสัญญาที่จะเข้าซื้อบริษัท บีทีประกันภัย และทำแผนกระบวนการควบรวมกิจการ ซึ่งต่อไปคือนำเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 เม.ย. 2553 นี้ หากผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากเห็นชอบ ก็จะนำแผนดังกล่าวไปขออนุมัติจาก คปภ. ซึ่งทาง คปภ. จะต้องดูรายละเอียด และใช้เวลาในการตัดสินใจว่าจะอนุมัติหรือไม่ หาก คปภ. อนุมัติ เราก็น่าจะได้รับคำตอบได้ประมาณเดือน มิ.ย. 2553 นี้ และหลังจากนั้นแผนที่ขออนุมัติผู้ถือหุ้นจะทำให้แล้วเสร็จและเรียบร้อยในช่วงปลายปีหน้าหรือปลายปี 2554

ทั้งนี้ เราจะมีการแจ้งข้อมูลความคืบหน้าในการเข้าซื้อกิจการของบีทีประกันภัยออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบข้อมูลที่เท่าเทียมกัน ตามกฎของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง