
คืนภาษีรถคันแรกบานปลาย
เหตุเปลี่ยนนโยบายบัญชีกลางของบปี2556เพิ่มหลังตั้งวงเงินไว้แค่7.5พันล.
เหตุเปลี่ยนนโยบายบัญชีกลางของบปี2556เพิ่มหลังตั้งวงเงินไว้แค่7.5พันล.
คืนภาษีรถคันแรกบานปลาย กรมบัญชีกลางตั้งงบประมาณจ่ายเงินคืนแค่ 7,500 ล้านบาท เตรียมขอ ครม.เพิ่มวงเงินงบประมาณด่วน
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางต้องของบประมาณปี 2556 เพิ่มเติมจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อใช้ในการจ่ายคืนเงินให้ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากขณะนี้กรมสรรพสามิตแจ้งยอดผู้มาใช้สิทธิขอคืนเงินรถคันแรก 1.8 หมื่นล้านบาท แต่กรมบัญชีกลางมีงบประมาณเพียง 7,500 ล้านบาท
ดังนั้น กรมบัญชีกลางจำเป็นจะต้องขออนุมัติเงินเพิ่มจากงบประมาณกลางปี 2556 โดยจะขออนุมัติจาก ครม.ให้เร็วที่สุด เพื่อคืนเงินประชาชนตามนโยบายรัฐบาล
ทั้งนี้ คาดว่าเงิน 7,500 ล้านบาท จะจ่ายคืนให้กับผู้ซื้อรถคันแรกได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น โดยการจ่ายคืนครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ต.ค. มีจำนวน 47 คัน เป็นเงิน 3.5 ล้านบาท แต่ในการจ่ายคืนครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 ต.ค. 2556 จะต้องจ่ายเงินให้กับผู้ซื้อรถคันแรกถึง 1 หมื่นคัน เป็นเงิน 1,000 ล้านบาท และคาดว่าแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม หากยอดการซื้อรถคันแรกไม่เกิน 5 แสนคัน ตามที่รัฐบาลประมาณการไว้ คาดว่าจะต้องใช้เงินงบประมาณจ่ายคืนจำนวน 3 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การที่กรมบัญชีกลางมีเงินไม่พอจ่ายคืนให้กับผู้ซื้อรถคันแรก ก็เพราะรัฐบาลได้เปลี่ยนนโยบายจากเดิมที่กำหนดว่าจะให้คืนภาษีเฉพาะผู้ที่ซื้อรถยนต์และรับมอบรถยนต์ภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น
อย่างไรก็ดี เมื่อปลายปีที่แล้วมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ทำให้โรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนในนิคมอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ผลิตส่งมอบรถยนต์ล่าช้า
ดังนั้น รัฐบาลจึงได้ปรับเปลี่ยนนโยบายรถยนต์คันแรกเป็นคนที่จะได้คืนภาษีนอกจากจะซื้อรถยนต์ตามเงื่อนไขของกรมสรรพสามิตแล้ว จะต้องซื้อรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 แต่จะได้รับมอบรถยนต์หลังจากสิ้นปีไปแล้วก็ได้
นายมนัส กล่าวว่า กรมบัญชีกลางจะตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2556 ตามที่ได้รับนโยบายจากกระทรวงการคลัง ให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในช่วงปลายปี โดย กลุ่มเป้าหมายหลักที่จะติดตามเป็นพิเศษคือส่วนราชการที่มีงบลงทุนสูงกว่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เพราะ เป็นกลุ่มที่ได้รับจัดสรรงบประมาณค่อนข้างมาก เพื่อให้ปี 2556 มียอดการเบิกจ่ายที่สูงกว่าปี 2555 ที่มียอดการเบิกจ่าย 93% ของงบประมาณรวม และเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 66% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 72%







