
ญี่ปุ่นขอร่วมช่วยการเงินโครงการทวายไทยพม่า
เจโทร ญี่ปุ่น สนใจขอร่วมโครงการทวายกับรัฐบาลไทย ส่วน กนอ.เตรียมตั้งบริษัทลูกอินเตอร์ร่วมวงเช่นกัน
เจโทร ญี่ปุ่น สนใจขอร่วมโครงการทวายกับรัฐบาลไทย ส่วน กนอ.เตรียมตั้งบริษัทลูกอินเตอร์ร่วมวงเช่นกัน
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายเซตซึโอะ อิอูจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และคณะ ว่า ญี่ปุ่นสนใจร่วมพัฒนาพื้นที่โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ที่รัฐบาลพม่าและไทยลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ต่อกัน โดยญี่ปุ่นจะร่วมด้านการเงินเป็นหลัก
ทั้งนี้ การทำเอ็มโอยูตกลงจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อศึกษารูปแบบการลงทุน คาดว่าเดือน พ.ย.นี้ แผนและรูปแบบลงทุนจะชัดเจนว่าใครดูแลส่วนไหน
ด้านนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.อยู่ระหว่างจัดตั้งหน่วยธุรกิจในรูปแบบของบริษัทลูก หรือ กนอ.อินเตอร์ เพื่อเป็นช่องทางออกไปลงทุนยังต่างประเทศ เช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย
การตั้งบริษัทลูกดังกล่าวจะต้องนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเดือน พ.ย.นี้ โดยรูปแบบการออกไปลงทุนต่างประเทศจะมีลักษณะเป็นโฮลดิง คอมพานี สามารถเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทอื่นๆ ได้ เช่น กนอ.อินเตอร์ไชน่า เป็นต้น เพราะการออกไปตั้งนิคมฯในต่างประเทศส่วนใหญ่จะต้องเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทในประเทศนั้นๆ โดยภารกิจแรกของบริษัทลูกคงต้องไปเข้าร่วมการพัฒนาในพื้นที่ทวาย แต่จะพัฒนาในลักษณะไหน ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล
สำหรับเงินทุนตั้งต้นของบริษัท กนอ.อินเตอร์ จะใช้เงินสะสมของ กนอ.ที่มีอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาท และอาจจะมีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเข้ามาเพิ่มเติมบ้าง โดยประเทศเป้าหมายที่ กนอ.สนใจจะเข้าไปลงทุนยังคงเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา จีนตอนใต้ ลาว เป็นต้น ส่วนเวียดนามเป็นประเทศที่มีนิคมฯ มากกว่า 150 แห่ง
ขณะที่การจัดตั้งนิคมฯ ในเมืองไทยที่เชื่อมต่อกับโครงการทวาย คือ นิคมฯ พุน้ำร้อน ได้ศึกษาและกำหนดพื้นที่เหมาะสมแล้วที่บ้านทุ่งศาลา–บ้านลำทราย ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังจากนี้จะต้องดำเนินการเรื่องที่ดิน เพราะเป็นที่ของกรมธนารักษ์ 500 ไร่ ราคาที่ดินอยู่ที่ 2.6 ล้านบาทต่อไร่ โดย กนอ.จะขอเช่าที่ดิน คาดว่าจะใช้เงิน 1,300 ล้านบาท เริ่มเปิดดำเนินการได้ในปี 2558







