posttoday
จัดพอร์ตหุ้นลงตัวด้วยSector Futures

จัดพอร์ตหุ้นลงตัวด้วยSector Futures

05 ตุลาคม 2555

หลายๆ ท่านคงทราบกันแล้วว่า สัญญาฟิวเจอร์สน้องใหม่อย่าง Sector Futures ที่จะเริ่มซื้อขายปลายเดือน ต.ค.นี้ จะเป็นการรวมทีมกันมาถึง 5 สัญญาที่อ้างอิงกับ 5 ดัชนีหมวดธุรกิจสำคัญๆ ของตลาดหุ้นบ้านเรา ซึ่งคอลัมน์ “นัดพบอนุพันธ์” ได้เคยนำเสนอข้อมูลรูปร่างหน้าตาของสัญญาเหล่านี้ไปแล้วในครั้งก่อน ในครั้งนี้จะขอนำเสนออีกหนึ่งข้อดีของ Sector Futures เพื่อให้ท่านผู้ลงทุนได้ศึกษาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนกันครับ

หลายๆ ท่านคงทราบกันแล้วว่า สัญญาฟิวเจอร์สน้องใหม่อย่าง Sector Futures ที่จะเริ่มซื้อขายปลายเดือน ต.ค.นี้ จะเป็นการรวมทีมกันมาถึง 5 สัญญาที่อ้างอิงกับ 5 ดัชนีหมวดธุรกิจสำคัญๆ ของตลาดหุ้นบ้านเรา ซึ่งคอลัมน์ “นัดพบอนุพันธ์” ได้เคยนำเสนอข้อมูลรูปร่างหน้าตาของสัญญาเหล่านี้ไปแล้วในครั้งก่อน ในครั้งนี้จะขอนำเสนออีกหนึ่งข้อดีของ Sector Futures เพื่อให้ท่านผู้ลงทุนได้ศึกษาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนกันครับ

Sector Futures ที่กำลังจะเปิดซื้อขาย จะมีให้เลือกใน 5 ดัชนีหมวดธุรกิจด้วยกัน ได้แก่ หมวดธนาคาร (BANK) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) พลังงาน (ENERG) อาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) และพาณิชย์ (COMM) โดยหมวดธุรกิจเหล่านี้ล้วนแต่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนในการกระจายการลงทุน ดังนั้น Sector Futures จึงเข้ามาตอบสนองตอบโจทย์การลงทุนตามหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมบางประเภท แต่อาจไม่มีผลกระทบที่ชัดเจนต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ที่กล่าวเช่นนี้ ก็เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของแต่ละหมวดธุรกิจเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีพระเอกอย่าง SET50 ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมาก โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมาถึงไตรมาส 3 ของปีนี้ จะพบว่าภาพรวมของตลาดที่สะท้อนด้วยการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50 มีผลตอบแทนประมาณ 23% แต่หากแยกพิจารณาแต่ละหมวดธุรกิจกลับแตกต่างกันมาก ท่านผู้อ่านลองคิดทายเล่นๆ ดูสิครับว่าจะมีค่าเป็นอย่างไร สูงหรือต่ำกว่าผลตอบแทนของดัชนี SET50 มากน้อยเท่าไร

ผมขอยกข้อมูลจริงมาเป็นตัวอย่างเลยนะครับ โดยจากข้อมูล 9 เดือนของปี 2555 พบว่าดัชนีที่เป็นสินค้าอ้างอิงของ Sector Futures ที่มีการเติบโตสูงที่สุดคือ ดัชนี ICT ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 121.82 จุด ในช่วงสิ้นปี 2554 มาอยู่ที่ 184.51 จุด ในปลายไตรมาส 3 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 51.5% ซึ่งสูงกว่า SET50 ถึง 2 เท่าตัวก็ว่าได้เลยนะครับ ตามมาด้วยอันดับที่สองคือ ดัชนี COMM ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นกว่า 49.3% ส่วนดัชนี BANK และ FOOD ก็มีการเติบโตในระดับที่ค่อนข้างสูงคือ 36.1% และ 34.1% ตามลำดับ ส่วนดัชนีพี่ใหญ่สุดอย่างกลุ่มธุรกิจพลังงาน ENERG นั้นในช่วงปีนี้อาจจะเติบโตน้อยหน้ากว่าคนอื่นๆ ไปบ้าง คืออยู่ที่ 3% เท่านั้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากราคาน้ำมันโลกที่มีการผันผวนค่อนข้างสูงในช่วงปีนี้นั้นเอง

จะเห็นได้ว่าดัชนีหมวดธุรกิจทั้ง 5 ดัชนีมีอัตราการเติบโตที่แตกต่างไปจากดัชนี SET50 เป็นอย่างมาก Sector Futures จึงเข้ามาช่วยเสริมให้การบริหารพอร์ตลงทุนตอบโจทย์ของผู้ลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในบางสถานการณ์ที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพี่ใหญ่อย่าง SET50 Futures ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ตรงตัวนัก ผู้ลงทุนสามารถใช้ Sector Futures ในการปรับน้ำหนักการถือครองในหุ้นของแต่ละหมวดธุรกิจได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท