posttoday
STPIเต้นหุ้นถูกปั่น

STPIเต้นหุ้นถูกปั่น

04 ตุลาคม 2555

เตือนพี/อี60เท่ากำไรวิ่งไม่ทันปิดสมุดทะเบียนเช็กชื่อคนไล่

เตือนพี/อี60เท่ากำไรวิ่งไม่ทันปิดสมุดทะเบียนเช็กชื่อคนไล่

“STPI” ออกโรงเตือนนักลงทุนราคาหุ้นพุ่งเกินปัจจัยพื้นฐาน พี/อี 50-60 เท่า กำไรโตไม่ทัน จ่อขอปิดสมุดทะเบียนหาชื่อคนไล่หุ้น

แหล่งข่าวจากบริษัท เอสทีพีแอนด์ ไอ (STPI) เปิดเผยภายหลังราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นแรงต่อเนื่องและล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ 52.50 บาท ว่า อยากเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังในการเข้ามาลงทุนหุ้น STPI เพราะระดับราคาในปัจจุบันถือว่าเกินปัจจัยพื้นฐานของบริษัทและซื้อขายในอัตราราคาต่อกำไร (พี/อี) 50-60 เท่า ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะงานในมือที่มีอยู่นั้นไม่สามารถสนองตอบต่อราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นในปัจจุบันได้

“หากดูกำไรต่อหุ้นในช่วง 6 เดือนปีนี้ อยู่ที่ 0.84 บาท หรือมีกำไรสุทธิ 305 ล้านบาท ดังนั้นราคาหุ้นที่เกิน 50 บาท ก็เท่ากับว่าหุ้นซื้อขายที่พี/อี เกิน 60 เท่าแล้ว”

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้บริหารบริษัทมีความกังวลกับราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก และเกินพี/อี ในปี 2556 ที่ 10 เท่าแล้ว ขณะที่งานในมือมีอยู่ 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะรับรู้ในปี 2556 และต่อเนื่องถึงปี 2558 ซึ่งจะรับรู้เพียง 5% ในปีนี้เท่านั้น จากงานที่ได้รับมาในโครงการ Lchthyf LNG Module ออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นแหล่งที่สร้างรายได้หลัก ขอยอมรับว่าราคาหุ้นขณะนี้เป็นเรื่องลำบากในการบริหารเพื่อให้มีกำไรโตตาม

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างยื่นขอปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น เพื่อดูว่ามีนักลงทุนกลุ่มไหนที่เข้ามาไล่ซื้อหุ้น หรือเข้ามาปั่นราคาหุ้นบริษัท ในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเคลื่อนไหวหุ้นแต่อย่างใด ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่เกิดเป็นช่องว่างของบางกลุ่มเข้ามาเก็งกำไรในหุ้น และการตรวจสอบจะต้องใช้เวลากว่าจะรู้ว่าเป็นกลุ่มใด

นอกจากนี้ งานที่ได้มาจากออสเตรเลียก็ยังต้องใช้เงินลงทุนในระดับ 1,000 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรในการผลิตจากเดิมที่เช่าเครื่องจักร ดังนั้นเงินสดในมือที่มีอยู่กว่า 2,000 ล้านบาท ก็จะต้องนำไปใช้ลงทุน ดังนั้นนักลงทุนคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงเหมือนกับอดีตถือว่าเป็นเรื่องที่ลำบากแล้ว และปีนี้บริษัทก็ไม่ได้มีการจ่ายเงินปันผลกลางปีแต่อย่างใด เพราะจะต้องเตรียมเงินไว้ลงทุน

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าผู้บริหาร STPI เข้าไปเจรจากับบริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) เพื่อให้รับช่วงงานต่อในโครงการ Module แหล่งข่าวกล่าวว่าไม่เป็นความจริง แต่อย่างใดเพราะการที่บริษัทจะโยนงานไปให้บริษัทใดต่อนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำกันง่ายๆ เพราะงานที่ทำเป็นงานที่บริษัทรับช่วงมาจากบริษัทร่วมค้าญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ดังนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนหลายวิธี ส่วนการส่งต่องานให้กับบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) มีความเป็นไปได้ เนื่องจากใช้เทคโนโลยีสูงให้ STEC ทำ แต่ก็เป็นไปในราคาตลาด

นางนงราม วงษ์วานิช รองผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในภาวะที่ตลาดหุ้นร้อนแรงและหุ้นหลายตัวปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับการขอปิดสมุดทะเบียนหุ้นจากบริษัทจดทะเบียนเพื่อขอดูรายชื่อ ขณะนี้ทุกอย่างยังปกติและอาจเป็นไปได้ว่า หุ้นที่เพิ่มขึ้นขณะนี้เป็นหุ้นขนาดเล็ก

รองผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ กล่าวว่า การขอปิดสมุดทะเบียนจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์จะต้องให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้นำส่งรายชื่อนักลงทุนมาให้ ดังนั้นจึงต้องมีค่าธรรมเนียมส่วนระยะเวลาในการตรวจสอบไม่ได้นานนัก หากมีคำร้องขอเข้ามาตลาดก็จะดำเนินการคาดว่า 12 วัน ก็จะทราบผลได้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง