posttoday
แบงก์อาร์บีเอสเจาะตลาดไทย

แบงก์อาร์บีเอสเจาะตลาดไทย

04 ตุลาคม 2555

ธนาคารสัญชาติอังกฤษ “อาร์บีเอส” ปรับโครงสร้างธุรกิจในไทย เน้นบริหารเงินลูกค้าขนาดใหญ่ มองธุรกิจไทยขยายสู่ต่างประเทศ

ธนาคารสัญชาติอังกฤษ “อาร์บีเอส” ปรับโครงสร้างธุรกิจในไทย เน้นบริหารเงินลูกค้าขนาดใหญ่ มองธุรกิจไทยขยายสู่ต่างประเทศ

นายแมนเฟร็ด ชเมิลซ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ บริหารจัดการเงินทุน ธนาคารเดอะรอยัลแบงก์อ๊อฟสกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า อาร์บีเอสประจำประเทศไทยได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นใน 3 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ (เทรดไฟแนนซ์) บริหารจัดการเงินสด(แคชเมเนจเม้นท์) และห่วงโซ่ธุรกิจ (ซัพพลายเชน) โดยคาดว่าธุรกรรมทางการเงินในกลุ่มนี้จะเติบโต 22-25% เป็นระดับการเติบโตเดียวกับในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก

นายแมนเฟร็ด เปิดเผยว่า สำหรับการทำธุรกรรมการเงินกลุ่มนี้ในไทยสามารถสร้างรายได้ 17% ให้กับกลุ่มอาร์บีเอส แม้จะมีเพียง 1 สาขา จำนวนพนักงาน 60 คน ขณะที่ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกมีทั้งหมด 11 สาขา

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังไม่มีแผนเพิ่มจำนวนสาขาในประเทศไทย เพราะทำธุรกิจเฉพาะลูกค้าขนาดใหญ่ไม่ได้ทำธุรกิจลูกค้ารายย่อย แต่ภาพรวมกลุ่มอาร์บีเอสก็ให้ความสำคัญธุรกิจในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก โดยเพิ่งเปิดสาขาที่จีนเพิ่มอีก 2 สาขา เนื่องจากมองศักยภาพว่าเศรษฐกิจในเอเชียจะเติบโตอีกมาก ซึ่งจะหนุนให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ของไทยก็มีแนวโน้มออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

“ตอนนี้ธุรกรรมการเงินส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นลูกค้าต่างประเทศ แต่มีความพยายามเพิ่มฐานลูกค้าคนไทย จากแผนการลงทุนเพิ่มของธุรกิจไทยในต่างประเทศ” นายแมนเฟร็ด กล่าว

นายแมนเฟร็ด เปิดเผยว่า ธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนในไทยยังมีอัตราการเติบโตที่ดี ในปีก่อนธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนในไทยเติบโต 50% โดยจะยังพยายามรักษาระดับอัตราการเติบโตระดับนี้

อย่างไรก็ดีประเทศไทยยังมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกในด้านการส่งออก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ ผู้ส่งออกไทยจึงต้องพยายามขยายสัดส่วนการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้น จากที่ส่งออกไปยังสหรัฐ และสหภาพยุโรป(อียู) รวมทั้งนโยบายทางด้านการคลังต้องเอื้อให้เกิดการลงทุนในประเทศ เช่น การลดภาษีนิติบุคคล จึงจะทำให้เงินไหลเข้าประเทศ แต่ปัจจุบันปริมาณเงินไหลเข้าและออกในไทยก็มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งก็ต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนในขณะนี้

ทั้งนี้ปริมาณการค้าระหว่างไทยกับอังกฤษปีก่อนอยู่ที่ 5,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 4,000 ล้านปอนด์ หรือ 2 แสนล้านบาท เป็นธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินค้า ขณะที่ 1,000 ล้านปอนด์ หรือ 5 หมื่นล้านบาท เป็นธุรกรรมเกี่ยวกับบริการ

สำหรับมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ(คิวอี 3) ของสหรัฐ เป็นโอกาสทำให้ช่วงนี้สถาบันการเงินไทยออกตราสารหนี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐได้ในต้นทุนที่ถูกลง โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะสั้น เช่นเดียวกับการหาเงินสกุลเหรียญสหรัฐของธนาคารในช่วงนี้ก็จะมีต้นทุนถูกกว่าธนาคารพาณิชย์ในไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ