
วาณิชธนกิจหวั่นไอพีโอใหม่กำไรลดลง
วาณิชธนกิจหวั่นไอพีโอใหม่กำไรยากกว่าไอพีโอเดิม เพราะดัชนีแพงแล้ว มองราคาหุ้นไอพีโอที่เหมาะสมควรปรับขึ้นเพียง 3050%
วาณิชธนกิจหวั่นไอพีโอใหม่กำไรยากกว่าไอพีโอเดิม เพราะดัชนีแพงแล้ว มองราคาหุ้นไอพีโอที่เหมาะสมควรปรับขึ้นเพียง 3050%
แหล่งข่าวจากฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เป็นเรื่องลำบากใจสำหรับที่ปรึกษาทางการเงินที่จะนำหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในระยะนี้ เพราะที่ผ่านมามีหลายบริษัทที่เพิ่งเข้ามาราคาปรับเพิ่มขึ้นในหลัก 100% เพราะได้รับอานิสงส์ที่ภาวะตลาดหุ้นโดยรวมดี แต่ขณะเดียวกันก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าที่ปรึกษาทางการเงินได้ตั้งราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมากไปหรือเปล่า เพราะความเหมาะสมของหุ้นไอพีโอราคาควรขึ้นสูงสุดไม่ควรเกิน 3050% จากราคาไอพีโอ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงมากกว่ามองว่าเป็นหุ้นที่ราคาต้องมีการก้าวกระโดดจากราคาไอพีโอที่สูงมากตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาดหุ้น
อย่างไรก็ดี มองว่าผลกระทบจากที่ราคาไอพีโอขึ้นแรง จะไม่ส่งผลกระทบต่อหุ้นไอพีโอที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากมีสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนสถาบันเข้ามาด้วย ไม่ได้มีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยเพียงอย่างเดียว อีกทั้งจำนวนหุ้นก็มากพอที่ไม่ทำให้ราคาหุ้นอ่อนไหวง่าย
น.ส.พัชพร สรรคบุรานุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า นักลงทุนควรมีการเปรียบเทียบราคาหุ้นที่เหมาะสมด้วย โดยดูจากราคาปิดกำไรต่อหุ้น (พี/อี) เทียบกับอัตราการเติบโตของบริษัทในอนาคตด้วยว่าเป็นราคาที่เหมาะสมหรือไม่
สำหรับบริษัทปีนี้ยังไม่มีการนำหุ้นไอพีโอเข้าตลาดหุ้น แต่พยายามจะนำบริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ ระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ได้ภายในไตรมาส 4 นี้ ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเพิ่งยื่นเสนอแบบรายการ (ไฟลิง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปเมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างเตรียมยื่นไฟลิงอีก 3 แห่ง เป็นบริษัทที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ







