
บิ๊กโคล่าห้าวร่วมศึกเบียร์
ลั่นใช้งบลงทุนกว่า3,000ล้านแผน3ปีวาง4ยี่ห้อรุกหรูกับถูก
ลั่นใช้งบลงทุนกว่า3,000ล้านแผน3ปีวาง4ยี่ห้อรุกหรูกับถูก
บิ๊กโคล่า ซุ่มลุยเบียร์ในไทย ลั่น 3 ปี เปิด 4 แบรนด์ ทุ่มกว่าพันล้านขยายผลิตโรงงานภาคเหนือ หวัง 5 ปี ขึ้นที่ 2 น้ำดำ
นายเฮอร์นัน คอโดว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาเจไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม “บิ๊กโคล่า” เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาเครื่องดื่มเบียร์ในไทย คาดพร้อมทำใน 23 ปีนับจากนี้ โดยจะมีฐานการผลิตกลุ่มเบียร์ในไทย ใช้งบลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อทำตลาดเบียร์พร้อมกันทั้ง 4 ยี่ห้อ คือ ฟรังกา (Franca) คลับ (Club) เทรสครูส (Tres Cruces) และคารัล (Caral)
สำหรับกลุ่มสินค้าเบียร์ดังกล่าววางตำแหน่งเป็นเบียร์ระดับพรีเมียมและอีโคโนมี ซึ่งปัจจุบันผลิตในโรงงานประเทศเปรู เพื่อทำตลาดและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ โคลัมเบีย เม็กซิโก เป็นต้น ส่วนแผนการทำตลาดเบียร์ในไทยนั้น บริษัทมองว่ายังมีช่องว่างและมีความเป็นไปได้จากการสร้างตลาดขึ้นมา โดยจะเริ่มศึกษาตลาดอย่างจริงจังในปีหน้า
นอกจากนี้ บริษัทจะลงทุน 3050 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1,500 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ในภาคเหนือ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 2 เดือนข้างหน้า เพื่อขยายกำลังการผลิตอีก 10% ในสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มที่ทำตลาดในไทยปัจจุบัน 4 ยี่ห้อ คือ น้ำอัดลม Big Cola น้ำดื่ม Cielo ชาพร้อมดื่ม Cool และเครื่องดื่มให้พลังงาน (สปอร์ตดริงก์) Sporade
ที่ผ่านมาบริษัทมีโรงงานผลิต 1 แห่งในไทย อยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ จ.ชลบุรี มีกำลังการผลิต 2.5 ล้านขวดต่อวัน หรือ 66 ล้านขวดต่อเดือน หลังจากเข้ามาทำตลาดในไทยนาน 6 ปี แผนที่ผ่านมาสอดคล้องกับนโยบายการทำตลาดที่นับจากนี้จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ฐานการผลิตในอาเซียน และเป็นต้นแบบ (โมเดล) ด้านการทำตลาดน้ำอัดลมบิ๊กโคล่าที่ประสบความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียนี้ด้วย
ขณะที่ปัจจุบันกลุ่มบริษัทอาเจทำตลาดใน 22 ประเทศ มีโรงงาน 20 แห่งทั่วโลก โดยมีโรงงานผลิตและสำนักงานดูแลภูมิภาคเอเชีย 4 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งไทยเป็นตลาดใหญ่สุดในอาเซียน บริษัทแม่ให้ความสำคัญลงทุนในไทยเป็นอันดับต้น เพื่อรองรับการเข้าสู่เออีซีในปี 2558
“บริษัทยังสนใจศึกษาทำเลในภาคอีสาน เพื่อขยายฐานการผลิตใหม่ในอนาคตตามแผน 3 ปีเพื่อรองรับแผนการทำตลาดสินค้าเครื่องดื่มในไทย ที่ในปีหน้าจะมุ่งทำตลาดสินค้าใน 3 แบรนด์ คือ Cielo Cool Tea และSporade มากขึ้นจากปัจจุบันไทยเป็นฐานผลิตและส่งออกไปยังประเทศ ลาว มาเลเซีย และพม่า” นายคอโดว่า กล่าว
สำหรับการที่จะมีน้ำอัดลมแบรนด์ที่ 4 ของผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามาทำตลาดเป็นรายใหม่ในไทยนั้น บริษัทมองว่าไม่มีผลกระทบ ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้ทุกคนก็รอดูอยู่เนื่องจากในตลาดน้ำดำย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ ขณะเดียวกับที่ตลาดในไทยมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ซึ่งยังต้องติดตามดูว่าตลาดน้ำอัดลมในไทยจะมี 4 แบรนด์ในอนาคต หรือมีแบรนด์ใดจะออกไปจากตลาดด้วยเช่นกัน
จากแผนดังกล่าวบริษัทวางเป้าหมาย 5-7 ปี จะมีส่วนแบ่งตลาดน้ำดำอยู่ที่ 22-25% เป็นอันดับ 2 ในตลาดน้ำอัดลมประเทศไทย โดยปีนี้บริษัทคาดว่ามีรายได้ราว 4,000 ล้านบาท และ 5 ปี มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท ด้านส่วนแบ่งตลาดปีนี้คงได้ 16.6% จากปีก่อนอยู่ที่ 13.2% ปีหน้าคาดว่าเพิ่มเป็น 18-19% ปัจจุบันตลาดน้ำอัดลมไทยกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท เติบโตราว 3.8%







