
กรุงศรีติดลมโกยเบี้ย5พันล้าน
ต่ออายุ90%พุ่งแซงตัวแทนเล็งสินค้าใหม่จับกลุ่มเงินถัง
ต่ออายุ90%พุ่งแซงตัวแทนเล็งสินค้าใหม่จับกลุ่มเงินถัง
กรุงศรีคึก แบงก์แอสชัวรันส์กระฉูด เบี้ยพุ่ง 5,000 ล้าน โต 40% ยอดต่ออายุแซงตัวแทน
นายกฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจเงินฝากและการลงทุนและประกันภัยธนพันธ์ ธนาคารกรุงศรี อยุธยา เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา ธนาคารสามารถขายเบี้ยประกันผ่านสาขา หรือแบงก์แอสชัวรันส์ได้ 5,000 ล้านบาท เติบโตถึง 40% เกินเป้า 5-10% เมื่อเทียบกับเบี้ยทั้งปีที่ตั้งเป้าไว้ 7,000 ล้านบาท
“สาเหตุสำคัญ เนื่องจากพนักงานสาขามีความคุ้นเคยกับรูปแบบและสินค้าประกันมากขึ้น จึงเสนอขายให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ และทิศทางตลาดเองก็มีการเติบโตสูง โดยเฉพาะแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับน้ำท่วม จึงส่งผลให้สัดส่วนเบี้ยประกันวินาศภัยของธนาคารดีขึ้นด้วย มาอยู่ที่ 30% และเบี้ยประกันชีวิต 70% จากเดิมเบี้ยประกันวินาศภัยอยู่ที่ 2025% และเบี้ยประกันชีวิต 7580%” นายกฤษณ์ กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของเบี้ยต่ออายุผ่านธนาคารก็มีสัดส่วนถึง 90% สูงกว่าช่องทางตัวแทนของบริษัทพันธมิตรอย่างบริษัท ไทยประกันชีวิต และบริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ทำให้ธนาคารติดอันดับที่ 34 ของธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการที่พนักงานธนาคารมีความสัมพันธ์ที่ดีและรู้ถึงความต้องการแบบประกันของลูกค้า
นายกฤษณ์ กล่าวว่า ธนาคารยังอยู่ระหว่างร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทประกันชีวิต ในการพัฒนาแบบประกันเพื่อการลงทุนใหม่ เช่น แบบประกันยูนิตลิงค์ เพื่อขยายไปยังกลุ่มลูกค้าระดับบนให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์เกิน 5 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 35% เพียงแต่ที่ผ่านมาลูกค้าระดับบนจะไม่มองผลิตภัณฑ์ประกันเป็นทางเลือกในการลงทุน ดังนั้นจึงต้องหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำตลาดได้ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าได้ อย่างไรก็ตามฐานลูกค้าประกันของธนาคารยังเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไปเป็นหลักเหมือนเดิม
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของปีนี้ ธนาคารเตรียมออกแคมเปญพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมาขายให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกองทุนประเภทต่างๆ หรือแบบประกันชีวิต ซึ่งจะมีความแตกต่างจากแบบเดิมที่มีขายอยู่ในตลาด ซึ่งธนาคารมีเป้าหมายต้องการให้ตัวเองเป็นนายหน้าขายประกัน หรือโบรกเกอร์ อย่างแท้จริง และคาดว่าปีนี้รายได้จากค่าธรรมเนียมจะเติบโตประมาณ 40%







