
ศก.โลกในอุ้งมือเอเชีย หนุนอสังหาฯไทยโตแรง
เมื่อสถานการณ์น้ำดูจะไม่หนักหนาสาหัสเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้ความกังวลใจต่อปัญหาน้ำของคนทั้งประเทศจึงผ่อนคลายลง
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
สุกัญญา สินถิรศักดิ์
เมื่อสถานการณ์น้ำดูจะไม่หนักหนาสาหัสเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้ความกังวลใจต่อปัญหาน้ำของคนทั้งประเทศจึงผ่อนคลายลง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 จึงกลับมาสดใสไร้กังวลเหมือนอย่างที่หลายคนคาดว่า จะดีดตัวแรงกลับมาโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง
นอกจากปัจจัยเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยลบภายในที่อ่อนตัวลง ปัจจัยลบภายนอกที่เป็นปัญหาก่อกวนมาตลอด คือ วิกฤตเศรษฐกิจในโลกฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตในยูโรโซนและสหรัฐอเมริกา ที่หลายคนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่อยู่ปลายห่วงโซ่ในยุคโลกไร้พรมแดน
โกร่งชี้อสังหาฯ ไทยพุ่ง
แต่สำหรับ วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) กลับมองว่า วิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปที่มีแนวโน้มจะกู่ไม่กลับ และสหรัฐอเมริกาที่ยังเป็นซอมบี้ จะไม่ทำให้ไทยต้องแย่ตามไปด้วย หนำซ้ำยังมีโอกาสดีๆ อีกหลายเรื่องรออยู่
แม้ว่าภาคส่งออกจะมีปัญหาบ้าง แต่ผู้ส่งออกก็ได้รับตัวไปหาตลาดใหม่ๆ กันแล้วก่อนหน้า เช่นเดียวกับภาคท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากจีนและอินเดียเข้ามาแทนที่ แม้ว่าการใช้จ่ายจะสู่ฝั่งยุโรปไม่ได้ แต่วอลุมที่เพิ่มขึ้นก็สามารถทดแทนกันได้
ในขณะเดียวกัน เมื่อเศรษฐกิจฝั่งโลกตะวันตกมีปัญหาก็จะย้ายจากยุโรป สหรัฐอเมริกา มาอยู่ที่จีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล เงินจะไหลเข้ามาสู่เอเชีย เป้าหมายหนึ่งคือ ไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาเซียนที่จะเป็นตลาดที่ขยายตัวสูง เพราะถูกขนาบด้วยขาใหญ่ทางเศรษฐกิจของเอเชียทั้ง จีน อินเดีย และญี่ปุ่น
ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะโตตามเศรษฐกิจที่ขยายตัว ยิ่งในภาวะที่ดอกเบี้ยยังคงต่ำจะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวมากกว่าธุรกิจในหลายๆ เซ็กเตอร์ ในขณะที่ภาครัฐจะเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์และสาธารณูปโภครองรับ ทั้งรถไฟความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึก เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของภูมิภาคและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนใต้เข้าด้วยกัน ในยุคที่เรียกว่า “คอนเนกทิวิตี”
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในมุมมองของกุนซือใหญ่ผู้มีหน้าที่วางอนาคตประเทศไทยจะยิ่งขยายตัว ทั้งในศูนย์กลางและภูมิภาคตามเส้นทางการค้าที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
มั่นใจไตรมาส 4 ตลาดดีดกลับ
ขณะที่สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่า แนวโน้มในไตรมาส 4 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะกลับสู่เส้นทางที่สดใสอีกครั้ง
ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท มั่นใจว่า ในไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่ดีมากของผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย และหลายรายเตรียมสร้างสถิติในการโอนสูงสุด เนื่องจากคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวจำนวนมากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่จะเสร็จในไตรมาส 4 นี้ โดยในส่วนของพฤกษา แม้จะไม่มีคอนโดมิเนียมโอนในไตรมาสนี้ แต่จะมีรายได้ที่ดีจากการโอนบ้านแนวราบ คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 7,200 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นสถิติยอดโอนบ้านแนวราบสูงสุดของบริษัท
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปดูในไตรมาส 3 จะเห็นแนวโน้มยอดขายและยอดโอนที่ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น โดยในเดือน ก.ค. มียอดขาย 2,600 ล้านบาท ยอดโอน 2,400 ล้านบาท เดือน ส.ค. มียอดขาย 2,200 ล้านบาท ยอดโอน 2,100 ล้านบาท ลดลงไปเล็กน้อย แต่เดือน ก.ย. กลับฟื้นตัวมามียอดขายสูงถึง 2,700 ล้านบาท และมียอดโอน 2,600 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าตลาดเริ่มฟื้นตัว และถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับไตรมาส 4
ด้าน เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเวลานี้ถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว ไม่ได้หวือหวามาก แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้าย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยทรงตัวเช่นกัน ส่วนปัจจัยเรื่องดอกเบี้ยในโค้งท้ายของปีนี้ ไม่มีสัญญาณที่จะปรับขึ้น เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่มีความเสี่ยงเรื่องวิกฤตเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 4 ไม่ได้แย่ลง โดยภาพรวมไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
ขณะที่ อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า จากงานมหกรรมบ้าน 4 มุมเมืองครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ มีโครงการคอนโดฯ ที่มาร่วมงานมากถึง 70% ของโครงการที่มาร่วมงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สัดส่วนของคอนโดฯ ที่สูงกว่าบ้านแนวราบ จากที่เคยมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 3040% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสัดส่วนคอนโดฯ จะสูงถึง 70% แต่อัตราการขายภายในงานมีสัดส่วนไม่ถึง 50% ของยอดขายทั้งหมดกว่า 90 ยูนิต สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการบ้านแนวราบยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์มียอดขายที่ดีมาก และยอดโอนกรรมสิทธิ์ครึ่งปีแรกของปีนี้บ้านแนวราบก็สูงกว่าคอนโดฯ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ว่าความต้องการยังคงมีสูง แต่จำนวนโครงการใหม่ที่เข้าสู่ตลาดน้อย ทำให้ภาพความเคลื่อนไหวของบ้านแนวราบไม่หวือหวาเท่าคอนโดฯ
ด้วยปัจจัยทั้งภายนอกภายในที่เอื้ออำนวยมากกว่าเป็นอุปสรรค หากผ่านหน้าน้ำปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัย อาจถึงเวลาเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้งก็เป็นไปได้ไม่น้อยทีเดียว







