posttoday
EASTWผันน้ำ100ล.

EASTWผันน้ำ100ล.

02 ตุลาคม 2555

ต้นทุนเพิ่มไม่ต้องห่วงขายได้มากกว่า ปริมาณน้ำฝนยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

ต้นทุนเพิ่มไม่ต้องห่วงขายได้มากกว่า ปริมาณน้ำฝนยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

 EASTW เผยน้ำฝนมากยังไม่พ้นจุดเฝ้าระวัง ทำต้นทุนผันน้ำตลอดครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้น 100 ล้าน ยันกระทบรายได้น้อย ได้อานิสงส์ความต้องการใช้น้ำมากกว่า

นายเจริญสุข วรพรรณโสภาค รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (EASTW) เปิดเผยว่า ตอนนี้ปริมาณน้ำฝนได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ 122 ล้าน ลบ.ม. เพราะได้รับอานิสงส์น้ำฝนจากมรสุมที่เข้ามาตลอดเดือน ก.ย.นี้ แต่ยังถือว่าต่ำกว่าจุดเฝ้าระวังในช่วงฤดูฝนที่ปกติควรอยู่ที่ 210-220 ล้าน (ลบ.ม.) ขณะที่จุดเฝ้าระวังในฤดูกาลปกติจะอยู่ที่ 160 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังต้องเฝ้าดูฝนตกตลอดเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ เพราะยังอยู่ในช่วงที่ไว้วางใจไม่ได้ เนื่องจากมีโอกาสที่ฝนจะหยุดตกตั้งแต่กลางเดือนหรือก่อนสิ้นเดือน ต.ค.ได้เสมอ ประกอบกับต้องคอยจับตาดูความกดอากาศจากจีนลงมาหรือไม่ เพราะมีผลทำให้ความดันช่วยกดอากาศลงมาต่ำ หรือทำให้ฝนไปตกในภาคใต้แทน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ยังมีปริมาณน้ำฝนเข้าสู่โซนภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง

“ปัจจุบันบริษัทยังมีการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปคลองใหญ่และจากบ้านค่ายไปหนองปลาไหล ซึ่งทำให้ต้นทุนผันน้ำจากพื้นที่สำรองเพิ่มขึ้นในตลอดช่วงครึ่งปีหลังนี้ทั้งหมด 100 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ได้เคยประเมินไว้ตอนต้นเดือน ก.ย. ที่ 70 ล้านบาท แต่ยังถือเป็นอัตราที่น้อยมาก เมื่อเทียบรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากอัตราความต้องการใช้น้ำปีนี้ที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี และการเพิ่มขึ้นของโรงงานที่ย้ายหนีน้ำท่วมมาภาคตะวันออกมากขึ้น พร้อมกับตั้งแต่ต้นปีที่บริษัทได้ปรับราคาขายน้ำเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10%” นายเจริญสุข กล่าว

สำหรับความคืบหน้าเรื่องผลการศึกษาที่ทางบริษัทให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการหาแหล่งน้ำใหม่ใน 3 บริเวณ คือ ที่ ต.ประแสร์ จ.ระยอง และที่ อ.แกลง จ.ระยอง และการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียจากตัวเมืองพัทยาจะได้รับฟังผลสรุปในวันที่ 4 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นถึงจะพิจารณาข้อสรุปและรายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่บริษัทกำหนดว่า ภายในปี 2558 หรืออีก 3 ปี บริษัทต้องมีปริมาณสำรองน้ำได้ถึง 450-500 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 300 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี

ก่อนหน้านี้บริษัทได้เปิดเผยว่า ปี 2555 รายได้และกำไรสุทธิของบริษัทจะทำสถิติสูงสุด ซึ่งรายได้จะเติบโตขึ้น 15% จากปีก่อนที่ทำได้ 3,310 ล้านบาท มาจากปัจจัยที่ยอดขายน้ำที่สูงขึ้นที่มีปริมาณเติบโต 8.5% และการปรับขึ้นค่าน้ำช่วงเดือน มี.ค. ประมาณ 10% ขณะที่กำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกทำได้ถึง 70% ของกำไรสุทธิทั้งปี 2554 ที่ 1,008 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ