posttoday
ทริสเปลี่ยนมุมมองลบTRUE

ทริสเปลี่ยนมุมมองลบTRUE

02 ตุลาคม 2555

แนวโน้มกำไรอ่อน-ลงทุนพุ่ง ขายหุ้นกู้6พันล้านดอกเบี้ย6%

แนวโน้มกำไรอ่อน-ลงทุนพุ่ง ขายหุ้นกู้6พันล้านดอกเบี้ย6%

“ทริส” เปลี่ยนมุมมอง TRUE เป็นเชิงลบ หลังความสามารถทำกำไรลดลง แถมส่อใช้เงินลงทุนปีละ 1.3-1.6 หมื่นล้าน จ่อขายหุ้นกู้อีก 6,000 ล้าน ดอกเบี้ย 6%

บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้มีประกันของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่ระดับ “BBB” และหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันที่ระดับ “BBB-” ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท ที่ “BBB-”

อย่างไรก็ตาม ทริส ได้ปรับเปลี่ยนมุมอันดับเครดิตจาก “คงที่” เป็น “เชิงลบ” ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทที่อ่อนแอลงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการบริหารโครงข่าย และค่าใช้จ่ายในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สูงกว่าที่ประมาณการไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีความเสี่ยงมากขึ้นในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะมีความไม่แน่นอนในเรื่องของต้นทุนจากสัมปทานที่ใกล้จะหมดอายุ และความสามารถในการปรับปรุงผลดำเนินงานในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

ทริส ระบุว่า ในทางกลับกันมุมของ TRUE จะกลับมาคงที่ได้ หากกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทสามารถรับประโยชน์จากการลงทุนกลับมาอย่างมีนัยสำคัญ และโครงสร้างเงินของบริษัทมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

สำหรับอันดับเครดิตที่คงในระดับ BBB สะท้อนถึงฐานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งและเป็นผู้นำในการให้บริการโทรคมนาคมแบบครบวงจร ตลอดจนการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) และธุรกิจโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก และการมีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้บริการภายใต้เทคโนโลยีที่หลากหลาย

“TRUE ถูกจำกัดจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจหลัก และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบด้านโทรคมนาคมและคดีฟ้องร้องที่ยังไม่ถูกตัดสิน และการลงทุนที่รวดเร็ว ทำให้บริษัทมีภาระหนี้สินจำนวนมาก ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกมียอดผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ที่ 2 ล้านราย” ทริส ระบุ

ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทอาจถูกปรับลดลง หากผลดำเนินงานมีแนวโน้มอ่อนแอลงต่อเนื่อง หรือความสามารถในการแข่งขันลดลงจากโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง

สำหรับรายได้จากการให้บริการในช่วง 3 ปีนับจากนี้ คาดว่าจะเติบโตในเลขหลักเดียว โดยรายได้หลักมาจากรายได้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและบริการด้านข้อมูล ส่วนอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมและจัดจำหน่าย(อีบิตดา) จะลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี 2554 โดยทริสคาดว่าอีบิตดาจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในปี 2557

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ผลประกอบการจะไม่เป็นไปตามประมาณการก็อยู่ในระดับสูง เพราะมีความไม่แน่นอนว่าจะรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนในการให้บริการโครงข่าย 2จี เอาไว้ได้ ซึ่งจะหมดอายุในปี 2556

ขณะที่อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของ TRUE จะเพิ่มสูงสุดในปี 2556 ซึ่งจะอยู่ที่ 85% เนื่องจากบริษัทยังคงมีความต้องการเงินกู้เพื่อขยายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และเคเบิลอินเทอร์เน็ต โดยคาดว่าบริษัทจะใช้เงินลงทุนปีละ 1.3-1.6 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่ปี 2556-2558 และอาจมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นจากการลงทุน 3จี ครั้งนี้

ทั้งนี้ TRUE จะขายหุ้นกู้วงเงิน 6,000 ล้านบาท ในวันที่ 2-4 ต.ค.นี้ หุ้นกู้อายุ 4 ปี จ่ายดอกเบี้ยให้กับนักลงทุนในอัตรา 6% ต่อปี

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ