
คลังชงแก้เกณฑ์ กองทุนวายุภักษ์เปิดลงทุนเต็มที่
คลังเดินหน้าปรับกองทุนวายุภักษ์เป็นกองทุนเปิดเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมหนุนวิสาหกิจตั้งอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ 1 แสนล้านบาท
คลังเดินหน้าปรับกองทุนวายุภักษ์เป็นกองทุนเปิดเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมหนุนวิสาหกิจตั้งอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ 1 แสนล้านบาท
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปลายเดือน พ.ย. 2555 เพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ที่จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ต.ค. 2556 เพื่อปรับให้เป็นกองทุนเปิดมีวงเงินกองทุนราว 3-5 แสนล้านบาท จากปัจจุบันกองทุนวายุภักษ์ 1 ที่มีวงเงิน 3.25 แสนล้านบาท
ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งที่ปรึกษาใน 3 ด้านแล้ว ประกอบด้วย บล.ไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แมคเคนซี เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และบริษัท อัพเปอร์ พลัส เป็นที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์
“เราเชื่อว่าผู้ถือหน่วยเดิมคงไม่มีการถอนหรือขายหน่วยลงทุนออก เพราะถือเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ” นายประสงค์ กล่าว
กองทุนเปิดวายุภักษ์ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นนั้น จะมีหน้าที่เข้าไปดำเนินการสนับสนุนโครงการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศของหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ จากเดิมที่กองทุนวายุภักษ์หนึ่งนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างเช่น โครงการลงทุนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.), กฟผ. และโครงการลงทุนของกรมทางหลวงชนบท รวมถึงเตรียมที่จะเข้าไปสนับสนุนโครงการลงทุนเส้นทางบางปะอินนครราชสีมา โครงการโรงไฟฟ้า การประปา
นอกจากนี้ สคร.เตรียมจะเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) ของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่คาดว่าจะมีวงเงินที่รัฐวิสาหกิจสนใจระดมทุนรวมทั้งสิ้น 1 แสนล้านบาท
รัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่มีความพร้อมจะออกอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีขนาดกองทุน 2,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กฟผ. และกระทรวงพลังงานเรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เพื่อเตรียมยื่นข้อมูลไฟลิงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใน 2-3 สัปดาห์ และคาดว่าจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาภายในสิ้นปี 2555 และน่าจะเปิดขายได้ในกลางปี 2556
วงเงินที่ได้จากการระดมทุนทาง กฟผ.จะนำไปใช้ลงทุนในระบบสายส่งไฟฟ้า โดย กฟผ.มีแผนจะใช้เงินลงทุนในโครงการต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท
รัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่มีแผนและความพร้อมในการระดมทุนผ่านการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท การท่าเรือแห่งประเทศไทย มีแผนออกอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ เพื่อขยายท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ก็มีแผนระดมทุนเพื่อนำไปก่อสร้างทางด่วนบางปะอินนครราชสีมา ในวงเงินประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท
นายประสงค์ กล่าวอีกว่า การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการออมเงิน โดยคาดว่าจะมีต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 5-6% เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่มีความเสี่ยงการลงทุน และรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งกองทุนส่วนใหญ่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการดี มีกำไร ดังนั้นจึงน่าสนใจลงทุน เพราะมีผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน โดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนให้กับทั้งประชาชนและนักลงทุนสถาบัน







