
ไอเอ็นจีมองเงินนอกดันหุ้นไทย850จุด
บลจ.ไอเอ็นจีชี้หลายปัจจัยหนุนเงินนอกไหลเข้าดันหุ้นไทย 850 จุดในอีก3เดือนรอเข้าซื้ออีก50,000-100,000 ล้านบาท
บลจ.ไอเอ็นจีชี้หลายปัจจัยหนุนเงินนอกไหลเข้าดันหุ้นไทย 850 จุดในอีก3เดือนรอเข้าซื้ออีก50,000-100,000 ล้านบาท
นายธนศักดิ์ วัฒนานิกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย นักวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากสัญญาณทางเทคนิคของดัชนีตลาดหุ้นไทยในระยะกลางและระยะยาวยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยในระยะ 3 เดือนจากนี้มองกรอบดัชนีที่ 700-850 จุด และระยะยาว 1 ปี อยู่ในกรอบ 650-920 จุด แม้ต้นปีที่ผ่านดัชนีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5% หรือประมาณ 50 จุดแล้วก็ตาม
"บริเวณ 650 จุดเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง เนื่องจากประเมินว่าการปรับขึ้นของดัชนีเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดการพักตัวเพื่อปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อไป ซึ่งแนวต้านบริเวณ 920 จุดดังกล่าวจะทำให้ระดับราคาหุ้นต่อกำไร(พี/อี)อยู่ที่ประมาณ 13 เท่า จากปัจจุบันอยู่แถว 10-11 เท่า และหากดูปริมาณเงินลงทุนของต่างชาติที่ขายออกไปก่อนหน้านี้ แม้จะซื้อหุ้นไทยแล้ว 3 หมื่นล้านในบาทเดือนมี.ค. แต่ยังมีเงินที่ซื้อได้อีก 50,000-100,000 ล้านบาท"นายธนศักดิ์ กล่าว
นายอรุณศักดิ์ จรูญวงศ์นิรมล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการกองทุนด้านตราสารทุน บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เงินลงทุนของต่างชาติยังอยู่ในตลาดหุ้นเอเชียและหุ้นไทย เป็นผลจากความเสี่ยงในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียต่ำเมื่อเทียบกับสหรัฐยังต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินและภาระหนี้ของประเทศที่สูง หากนักลงทุนเข้าไปลงทุนอาจมีความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน ขณะเดียวกับที่ประเทศกรีซยังมีปัญหาเรื่องหนี้และอาจทำให้แนวโน้มค่าเงินยูโรได้รับผลกระทบไปด้วย จึงเหลือเงินสกุลเอเชียที่ยังแข็งค่าและเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตดี
ด้าน น.ส.พัชราภา มหัทธนกูล ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการกองทุน บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขณะเดียวกันปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มเติบโตดีและคาดว่า กำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้จะเติบโต 15% และในปี 2554 ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง จึงเป็นแรงผลักดันให้ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นได้ต่อในลักษณะค่อยๆ ทยอยขึ้น เพราะการแก้ไขปัญหาของกรีซ รวมถึงตัวเลขว่างงานของสหรัฐอ าจทำให้การใช้จ่ายลดลง ซึ่งอาจทำให้ดัชนีหุ้นผันผวนตามไปด้วย รวมถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของจีนที่อาจมีขึ้นในอนาคต หลังจากอินเดียปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว
"เราเชื่อว่าดัชนีจะไป 800 จุดได้แต่จะขึ้นสู่ระดับสูงสุดช่วงไหนขึ้นกับเศรษฐกิจโลกด้วย ส่วนการเมืองไม่น่าจะเกิดความรุนแรง และหากมีการยุบสภา ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหุ้นก็ยังไปต่อได้ เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมมากนัก เพราะไม่ว่ารัฐบาลไหนก็จะมีโครงการประชานิยม"น.ส.พัชราภา กล่าว
อย่างไรก็ตามจากการประเมินว่าหุ้นยังมีแนวโน้มที่ดี บลจ.ไอเอ็นจีจึงออกกองทุนปิด ไอเอ็นจี ไทย อีควิตี้ ทริกเกอร์ 10% เน้นลงทุนหุ้นพื้นฐานดี และเพิ่มการใช้เทคนิคด้านจับจังหวะการลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทน 10% แล้วเลิกกองทุน และหากปีแรกผ่านไปแล้วยังไม่ถึงเป้าในปีที่สองก็จะเปิดให้ซื้อขายกองทุนได้ทุกวันทำการ โดยจะเปิดขายกองทุนครั้งแรกและครั้งเดียวในวันที่ 23 – 31 มี.ค.2553 จองขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
ปัจจุบันยังมีหุ้นหลายกลุ่มที่ราคายังปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวแรงนำตลาดก่อนหน้านี้ ขณะที่กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีราคายังไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานมากนัก จึงเป็นเป้าหมายที่กองทุนยังสามารถเลือกลงทุนได้และรอจังหวะในการเข้าซื้อหุ้น โดยไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อในคราวเดียว







