posttoday
ทุนไหลเข้าดันหุ้นจ่อ1,300จุด

ทุนไหลเข้าดันหุ้นจ่อ1,300จุด

01 ตุลาคม 2555

ดัชนีหุ้นไทยจ่อ 1,300 จุด ท่ามกลางแรงหนุนจากมาตรการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากบรรดาธนาคารกลางสำคัญ

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

ดัชนีหุ้นไทยจ่อ 1,300 จุด ท่ามกลางแรงหนุนจากมาตรการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากบรรดาธนาคารกลางสำคัญ ไล่เรียงตั้งแต่ยูโรโซน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และล่าสุด จีน ทว่าเศรษฐกิจโลกชะลอลงแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ ขณะที่มีความกังวลรอบใหม่ต่อวิกฤตหนี้ยูโรโซน โดยมีสเปนเป็นตัวแปรสำคัญ

หลังประกาศแผนลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่มูลค่า 1.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. จีนอัดฉีดเงินครั้งใหญ่ผ่านการซื้อคืนพันธบัตรในตลาดอาร์พีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการเก็งว่าจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจรวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ย การลดอัตราการดำรงเงินสดสำรองฯ ของธนาคารพาณิชย์ และการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ

จีนเป็นผู้ใช้สินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลกและเป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชีย ทิศทางเศรษฐกิจจีนจึงมีบทบาทชี้นำตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงผลักดันดัชนีหุ้นไทยขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี

สปอตไลต์การลงทุนสัปดาห์นี้ยังคงจับอยู่ที่สเปน เนื่องจากความพยายามคลี่คลายวิกฤตสเปนจะมีผลต่อความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ประการแรก ผลทดสอบความอยู่รอดในภาวะวิกฤต (Stress Test) ชี้ว่า ธนาคารสเปนต้องเพิ่มทุน 5.93 หมื่นล้านยูโร หรือ 7.63 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้า

การทดสอบนี้เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนขอรับความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจากอียู และลดการคาดเดาในทางเลวร้ายต่อระบบการเงินสเปน อย่างไรก็ดีสมมติฐานที่ใช้ในการทดสอบยังคงถูกวิจารณ์อยู่ดีว่าไม่เข้มงวดเพียงพอ

ประการที่ 2 รัฐบาลสเปนเตรียมเสนองบประมาณปีหน้าในวันจันทร์นี้ โดยมีเป้าหมายปรับลดการขาดดุลงบประมาณเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนขอรับความช่วยเหลือจากอียูเช่นกัน

การเสนองบประมาณครั้งนี้ถูกประท้วงอย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากชาวสเปนเริ่มหมดความอดทน หลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยมา 4 ปี จนอัตราการว่างงานพุ่งแตะ 25.1% รัฐบาลสเปนจึงตกอยู่ในภาวะ “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” หากไม่ทำก็เผชิญแรงกดดันอีกด้านหนึ่งจากเพื่อนสมาชิกอียูและตลาดการเงิน

ขณะที่สภาพคล่องส่วนเกินอันเป็นผลพวงจากการแข่งกันอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้หนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกแกว่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบหลายๆ เดือน หรือหลายๆ ปี เศรษฐกิจโลกกลับออกอาการชะลอตัวแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ ขณะที่วิกฤตหนี้ยูโรโซนจะเรื้อรังไปอีกหลายปี นับเป็นตัวแปรที่อาจทำให้ตลาดหุ้นปรับฐานหลังวิ่งแรง

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐรายงานดัชนี ISM ที่บ่งชี้กิจกรรมในแถบมิดเวสต์หดตัวเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน ก.ย. 2009 ขณะที่ตัวเลขการผลิตในภาคอุตสาหกรรมจีนหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 จึงมีแนวโน้มว่า GDP ไตรมาส 3 จะโตเพียง 7.4% ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 7.5%

ในปีนี้ตลาดหุ้นบ้านเราดีดขึ้นแล้ว 26.7% ให้ผลตอบแทนติดอันดับต้นของโลก ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยเทรดที่พีอี (PE) สูงกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านราว 1.2 เท่า เทียบกับที่เคยเทรดต่ำกว่าถึง 3-4.5 เท่า ในช่วงหลายปีก่อน

ณ ดัชนี 1,298 จุด หุ้นไทยเทรดที่พีอี 13.3 เท่า ของกำไรปี 2013 ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ยกเว้นแต่ช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 และไตรมาส 4 Q11 ที่เกิดน้ำท่วม ซึ่งกำไรของบริษัทปรับตัวลดลงอย่างมาก ส่งผลให้พีอีสูงโดยอัตโนมัติเป็นเวลาชั่วคราวเท่านั้น

น่าสังเกตว่า นักลงทุนเรียกร้องค่าชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเกือบใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 12 ปี! พิจารณาได้จาก Earningsbond yield gap ที่ลดเหลือเพียง 3.8% เทียบกับค่าเฉลี่ยหลังวิกฤตที่ 6.1% แสดงว่ายอมรับ Valuation ที่แพงขึ้นมาก

ตลาดหุ้นจะเผชิญกับแรงขายทำกำไรหลังวิ่งขึ้นมายาว แต่สภาพคล่องในระบบการเงินโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงปริมาณ กระแสเงินทุนที่ทยอยไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงจะจำกัดความเสี่ยงด้านล่าง แนะใช้กลยุทธ์ “Let Profit Run” คือปล่อยให้พอร์ตลงทุนแกว่งขึ้นไปตามดัชนีตลาดและขยับจุดตัดขาดทุนขึ้นมาอยู่ 1,280 จุด

การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ยังไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ช่วยลดความเสี่ยงของระบบและเพิ่มสภาพคล่อง จึงส่งผลบวกผลักดันราคาหุ้น แม้ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก กระแสทุนไหลเข้าอาจผลักให้ดัชนีหุ้นพุ่งเกิน 1,300 จุด แต่ไม่น่าเกิน 1,350 จุด สำหรับปีนี้ แนะลดพอร์ตรอบใหญ่ หากเข้าใกล้แนวต้านนี้ m

พบกันใหม่สัปดาห์หน้า

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท