posttoday
ดีเดย์คืนภาษีรถคันแรก

ดีเดย์คืนภาษีรถคันแรก

01 ตุลาคม 2555

1 ต.ค.จะเป็นวันแรกที่รัฐบาลจะเริ่มคืนภาษีให้ผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรก กลุ่มแรกที่จะได้เงินคืน 1 แสนบาท เป็นผู้ที่ยื่นใช้สิทธิโครงการนี้และครอบครองมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

1 ต.ค.จะเป็นวันแรกที่รัฐบาลจะเริ่มคืนภาษีให้ผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรก กลุ่มแรกที่จะได้เงินคืน 1 แสนบาท เป็นผู้ที่ยื่นใช้สิทธิโครงการนี้และครอบครองมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป

โครงการนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก หลังจากที่กรมสรรพสามิตเปิดให้ยื่นใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 ล่าสุดมีผู้ขอยื่นใช้สิทธิแล้วกว่า 2.5 แสนราย เงินที่ต้องคืน 1.73 หมื่นล้านบาท

ระยะเวลาที่ยังเหลืออีก 3 เดือน ในการยื่นขอใช้สิทธิจองซื้อ ก่อนหมดเขตวันที่ 31 ธ.ค.นี้ กรมสรรพสามิตจึงเชื่อว่า เมื่อปิดโครงการจะมีผู้เข้ามาใช้สิทธิ 56 แสนราย เป็นเงินคืน 3 หมื่นล้านบาท

อภิชัย อินทัตสิงห์ ผู้ใช้สิทธิจองซื้อรถยนต์คันแรก กล่าวว่า การที่รัฐบาลมีโครงการรถยนต์คันแรก ทำให้ตัดสินใจซื้อรถใหม่ได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถประหยัดเงินซื้อรถยนต์ได้เกือบแสน ซึ่งเดิมต้องการมีรถยนต์สักคันอยู่แล้ว เพราะระยะทางไปกลับระหว่างบ้านและที่ทำงานค่อนข้างไกล แต่ก็ได้แค่คิดไว้คร่าวๆ ถ้าไม่มีโครงการนี้การซื้อรถยนต์ก็คงจะยังเป็นความฝัน

“ใครที่บอกว่าเป็นโครงการช่วยคนรวย ทำให้รถติดมากขึ้น ถามหน่อยทุกวันนี้ถ้าไม่มีโครงการ คนไทยก็ซื้อรถเพิ่มขึ้นอยู่ดี สังเกตจากงานมอเตอร์โชว์ที่จัดปีละ 2 ครั้ง ยอดจองรถตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไม่เกี่ยวหรอก” อภิชัย กล่าว

ดีเดย์คืนภาษีรถคันแรก

 

อย่างไรก็ตาม อภิชัย ยังไม่พอใจในกระบวนการใช้สิทธิ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับบริษัทรถยนต์ เพราะไม่ค่อยให้ความชัดเจนเท่าใดนัก ขั้นตอนบางอย่างระหว่างรัฐบาลและบริษัทรถยนต์เหมือนยังไม่เข้าใจกัน จึงทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับความชัดเจนไปด้วย และต้องขวนขวายเพื่อให้ได้สิทธิที่พึงได้รับ

อภิชัยได้จองซื้อรถค่ายหนึ่งไว้และบอกว่าจะใช้สิทธิรถคันแรกเมื่อประมาณเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ต่อมาทางโชว์รูมบอกว่ารถรุ่นที่จองอาจผลิตไม่ทันเพราะน้ำท่วม และให้เอกสารมากรอกขอสละสิทธิเข้าโครงการหากส่งมอบไม่ได้ภายในสิ้นปี ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องกรอกไป แต่เพื่อไม่ให้เสียสิทธิจึงหมายเหตุข้างท้ายด้วยว่า หากรัฐบาลขยายเวลาให้ก็ยังขอใช้สิทธิตามเดิม ซึ่งรัฐบาลก็มีมติขยายเวลาการส่งมอบจริงๆ แต่ทางโชว์รูมยังไม่ได้แจ้งกลับมาแต่อย่างใด

คำบอกเล่าของ อภิชัย ไม่ได้แตกต่างจากผู้ใช้สิทธิโครงการรถยนต์คันแรกคนอื่นๆ มากนัก ซึ่งต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ แต่อยากให้ปรับปรุงกระบวนการสื่อสารให้มีความชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี วันนี้ได้เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาที่รัฐบาลจะต้องคืนเงินภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกแล้ว

สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มาครบ 1 ปี ซึ่งผู้ที่จะขอคืนเงินภาษีต้องเตรียมเอกสารที่ใช้ในการขอคืนเงิน

สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาสัญญาเช่าซื้อ (กรณีเช่าซื้อ) สําเนาคู่มือการจดทะเบียนของกรมการขนส่ง หน้า 4 5 16

หนังสือขอใช้สิทธิและเงื่อนไขสําหรับรถยนต์คันใหม่ หนังสือยินยอมสละสิทธิการโอนรถยนต์ใหม่คันแรก สําเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขอคืน

ส่วนกรณีซื้อเงินสดและเงินเชื่อต้องมีเอกสารการเงิน ประกอบด้วย สําเนาใบเสร็จที่เป็นเงินดาวน์เท่านั้น และสําเนาเอกสารการส่งมอบรถยนต์

เอกสารที่เป็นสําเนาจะต้องลงลายมือทุกใบ

ผู้ยื่นขอคืนเงินตรวจสอบสําเนาทะเบียนบ้านอยู่ที่ไหน ให้ไปยื่นที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตั้งอยู่

หรือสามารถดูสถานที่จดทะเบียนของกรมการขนส่งที่ระบุไว้ในเล่มทะเบียน หน้า 16 ว่าอยู่ในเขตความรับผิดชอบของสํานักงานสรรพสามิตพื้นที่ใด ให้ยื่นในพื้นที่นั้นๆ

กรณีสําเนาทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ตรวจสอบตามเขตที่ตั้งอยู่ ว่าอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตแห่งใด ซึ่งสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 5 แห่งด้วยกัน ที่บางพลัด พระนคร ดุสิต จตุจักร และหลักสี่

รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า การคืนเงินตามโครงการรถยนต์คันแรกตามนโยบายของรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนให้กับประชาชน โดยการโอนเงินเข้าธนาคารกรุงไทย เพื่อให้ธนาคารโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ที่ได้รับสิทธิ โดยกรมบัญชีกลางมีกำหนดจะโอนเงินคืนเดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 5 และ 20 ของเดือน ตามรายชื่อที่ได้รับจากกรมสรรพสามิต

หากผู้ที่ได้รับสิทธิยังไม่ได้รับเงินคืนตามวันเวลาดังกล่าว สามารถแจ้งปัญหามาที่กรมบัญชีกลาง เพื่อประสานงานกับกรมสรรพสามิตและกรมขนส่งทางบก

หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 1713 หรือเว็บไซต์ http://www.excise.go.th

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี