
ศก.ซบดันทอง27เหรียญ
โลกหวั่นปัญหาสเปนแรง-จีนทรุดแห่ถือทองลดความเสี่ยง
โลกหวั่นปัญหาสเปนแรง-จีนทรุดแห่ถือทองลดความเสี่ยง
ราคาทองคำพุ่งวันเดียวเกือบ 30 เหรียญ นักลงทุนวิตกปัญหาหนี้ยุโรปเลวร้าย คาดจีนเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาต่อ
ราคาทองคำในตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบล่วงหน้าเดือน ธ.ค. ได้ปรับตัวขึ้นวันเดียวถึง 26.9 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ไปอยู่ที่ระดับ 1,780.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์แล้ว และนับเป็นราคารายไตรมาสที่ดีที่สุดในรอบกว่า 2 ปี นับแต่ไตรมาส 2 ของปี 2553 หลังจากที่นักลงทุนแห่ซื้อเพื่อกันความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้ยุโรป โดยเฉพาะในสเปนที่เพิ่งประกาศมาตรการลดรายจ่ายรอบใหม่
เอพีและรอยเตอร์ส ระบุว่า ราคาทองที่ปรับตัวขึ้นยังเป็นผลจากข่าวร้ายทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงนี้ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายคาดว่าธนาคารกลางจีนอาจประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐเพิ่งประกาศมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ไปก่อนหน้านี้
ราคาทองได้ปรับตัวขึ้นไปแล้ว 11.4% ในไตรมาสนี้ หรือ 13.6% ในปีนี้ เพื่อกันความเสี่ยงเงินเฟ้อจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลก และยังเป็นการหนีความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์หนี้ยุโรป
ทั้งนี้ รัฐบาลสเปนเพิ่งประกาศมาตรการลดรายจ่ายและขึ้นภาษีรอบใหม่วงเงิน 3.9 หมื่นล้านยูโร ในปีงบประมาณ 2556 และประกาศจะลดการขาดดุลงบประมาณให้ลงมาอยู่ที่ 6.3% ในปีนี้ และ 4.5% ในปีหน้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนโลก ว่า สเปนกำลังอยู่ระหว่างการลดงบประมาณขาดดุลได้จริง
แม้ว่าสเปนจะเร่งเดินหน้าลดรายจ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณ แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่าการลดรายจ่ายอาจเป็นก้าวแรกไปสู่การขอความช่วยเหลือทางการเงินจากภายนอก ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบระบบธนาคารในสเปน เตรียมจะประกาศตัวเลขเงินที่ต้องใช้เพื่อยกเครื่องภาคธนาคาร
ทางด้านฝรั่งเศสได้เปิดเผยระดับหนี้สาธารณะในไตรมาส 2 ของปีนี้ ว่า ยอดหนี้ได้พุ่งไปแตะระดับ 91% ของจีดีพีประเทศแล้ว โดยเพิ่มขึ้น 4.32 หมื่นล้านยูโรจากช่วงไตรมาสแรก ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสยังคงยืนยันว่าจะลดการขาดดุลงบประมาณลงให้เหลือ 3% ของจีดีพีในปีหน้า จากปัจจุบันที่ 4.5% ของจีดีพี
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในฝั่งเอเชียนั้น ก็มีทิศทางย่ำแย่ลงเช่นกัน โดยญี่ปุ่นอาจกลายเป็นชาติเอเชียที่ต้องเผชิญการหดตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 นี้ หลังจากที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ได้ปรับตัวลดลงต่ำที่สุดในรอบ 15 เดือน มาอยู่ที่ 1.3% จากเดือนที่แล้ว เนื่องจากยอดการส่งออกไปยังจีนและยุโรปที่ลดลง ซึ่งทำให้หลายฝ่ายคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น อาจต้องผ่อนคลายทางการเงินระลอกใหม่ออกมา
ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ เดือนเดียวกัน ก็ปรับตัวลงเกินคาด อยู่ที่ 0.7% โดยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากความต้องการสินค้าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง







