
น้ำท่วมพ่นพิษ ผักแพงคนกินเจทำใจ
หลังจากหลายพื้นที่ในจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางของประเทศไทย เช่น จ.สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก สระแก้ว และปราจีนบุรี เป็นต้น ประสบภัยน้ำท่วมตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
หลังจากหลายพื้นที่ในจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางของประเทศไทย เช่น จ.สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก สระแก้ว และปราจีนบุรี เป็นต้น ประสบภัยน้ำท่วมตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งทางตรง คือ พืชผลทางการเกษตรเสียหายจากน้ำท่วมขังจนผลผลิตเน่าเสีย และทางอ้อม คือ การขนส่งสินค้าจากแหล่งผลิตที่จะเข้ามาในกรุงเทพฯ ลำบากมากยิ่งขึ้น หลายเส้นทางการลำเลียงถูกตัดขาด ต้องหาเส้นทางสำรอง ซึ่งทำให้ต้องเดินทางไกลกว่าปกติ
ประกอบกับพื้นที่หลายแห่งในกรุงเทพฯ ก็ประสบกับปัญหาฝนถล่มตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าอาจต่อเนื่องไปอีกหลายสัปดาห์ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเริ่มขยับราคาตามต้นทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
จากการสำรวจของกรมการค้าภายในของราคาสินค้าเกษตรในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า ขณะนี้ราคาผักส่วนใหญ่ได้ปรับสูงขึ้นเท่าตัวจากราคาเมื่อวันที่ 3 ก.ย. เปรียบเทียบกับราคาของวันที่ 26 ก.ย. ได้แก่ ผักคะน้า ปรับจากราคา 21 บาท/กก. เป็น 46.50 บาท/กก. ผักบุ้งจีน 20.22 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 40-42 บาท/กก. ผักกวางตุ้ง 22-25 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 45-48 บาท/กก.
ผักกาดหอม 18-20 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 85-88 บาท/กก. กะหล่ำดอก 52-55 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 62-65 บาท/กก.มะระจีน 28-30 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 32-35 บาท/กก. มะเขือเทศผลใหญ่ 28-30 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 40-42 บาท/กก. ถั่วฝักยาว 25-28 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 35-38 บาท/กก. แตงกวา 25-28 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 30-32 บาท/กก. หัวผักกาด 22-25 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 28-30 บาท/กก.
หน่อไม้ฝรั่ง 108-110 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 128-130 บาท/กก. ข้าวโพดฝักอ่อน 36-38 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 38-40 บาท/กก. ผักชี 90-100 บาท/กก. เพิ่มขึ้นเป็น 180-190 บาท/กก. ต้นหอม 8-9 บาท/ขีด เพิ่มขึ้นเป็น 9-10 บาท/ขีด และขึ้นฉ่าย 9-10 บาท/ขีด เพิ่มขึ้นเป็น 12-13 บาท/ขีด
ผู้สื่อข่าวยังได้มีการลงสำรวจพื้นที่ราคาอาหารสดที่ตลาดชานเมืองกรุงเทพฯ และปทุมธานี พบว่าราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดคล้องกับการสำรวจของกรมการค้าภายใน โดยเฉพาะผักชนิดใบที่ประชาชนนิยมบริโภค
ตัวอย่างเช่น ผักคะน้า ผักบุ้งจีน ผักกวางตุ้ง ผักชี ราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นยังทำให้ต้นทุนการขนส่งผักสดปรับเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ราคาขายปลายทางแพงขึ้นด้วย
ขณะที่ราคาผักคะน้าที่สำรวจในตลาดสดปรับขึ้นจากสัปดาห์ก่อนจาก 25 บาท/กก. เพิ่มเป็น 40-45 บาท/กก. ผักบุ้งจีน ปรับเพิ่มจาก 20-30 บาท/กก. เป็น 40-50 บาท/กก. ผักกวางตุ้ง จาก 20-25 บาท/กก. เพิ่มเป็น 40-45 บาท/กก. ผักกาดขาวปลี เพิ่มจาก 20 บาท/กก. เป็น 20-25 บาท/กก. และผักชี เพิ่มจาก 100-120 บาท/กก. เป็น 170-180 บาท/กก.
ส่วนราคาเนื้อสัตว์ยังทรงตัวในระดับปกติ เพราะพื้นที่การเลี้ยงสัตว์ไม่ถูกน้ำท่วม โดยราคาเนื้อหมูเฉลี่ย 100-110 บาท/กก. แต่ไข่ไก่ปรับขึ้นราคาเล็กน้อย หลังจากมีการปลดระวางแม่ไก่แก้ปัญหาราคาตกต่ำก่อนหน้านี้ ทำให้ผลผลิตในตลาดลดลง โดยราคาไข่ไก่เบอร์ 3 เฉลี่ยเหลือฟองละ 2.75-2.90 บาท
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาผักสดในอนาคตอันใกล้นี้ คาดว่าราคามีโอกาสปรับสูงขึ้นได้อีก เนื่องจากขณะนี้ฝนยังตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้ผลผลิตอาจออกสู่ตลาดน้อยลง ทั้งจากความเสียหาย ตลอดจนปัญหาในการขนส่งที่ไม่สะดวก ทำให้มีต้นทุนการเดินทางเพิ่มมากขึ้น
ที่สำคัญใกล้ถึงช่วงเทศกาลกินเจประมาณวันที่ 14 ต.ค.นี้ ซึ่งมีความต้องการบริโภคผักสดจำนวนมาก หากผลผลิตยังออกมาน้อยลงอีก อาจทำให้ราคาผักในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ปรับเพิ่มสูงขึ้นอีกเท่าตัวจากสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งหลายฝ่ายค่อนข้างเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อบรรยากาศการกินเจ เพราะเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็ยังไม่ถือว่าดีนัก อาจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น จนกระทบต่อกำลังซื้อลดน้อยลงตามไปด้วย
วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาผักสดในพื้นที่กรุงเทพฯ แพงขึ้น เป็นผลมาจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถขนส่งผักจากรอบนอกเข้ามาในกรุงเทพฯ ได้สะดวกเหมือนก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ราคาผักดีดตัวขึ้นไป ส่วนผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศนั้น จากการสำรวจราคาที่ตลาดศรีเมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางค้าส่งผักขนาดใหญ่ พบว่าราคายังเป็นปกติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
นอกจากปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วนั้น ยังพบว่าเกษตรกรผู้ปลูกผักเริ่มชะลอการเก็บผลผลิต เพื่อต้อนรับเทศกาลกินเจที่จะถึงในวันที่ 14 ต.ค.นี้ด้วย เพราะถ้าสามารถยืดอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ให้ใกล้เคียงช่วงเทศกาล ความต้องการผักในตลาดสูงขึ้นก็จะทำให้ขายผลผลิตได้ราคาดีกว่าในตอนนี้ค่อนข้างมาก ทำให้ราคาผักสดช่วงนี้ปรับตัวสูงขึ้นมามาก
อย่างไรก็ตาม กรมได้สั่งการแก้ไขปัญหา โดยจะทำการเชื่อมโยงผักจากแหล่งผลิตเข้ามาในกรุงเทพฯ แก้ปัญหาพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ เบื้องต้นจะใช้ตลาดศรีเมืองเป็นแหล่งรับผักแล้วมากระจายตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป เชื่อว่าจะช่วยผู้บริโภคลดรายจ่ายได้บ้าง
พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมมาตรการดูแลราคาสินค้าผักสดในช่วงเทศกาลกินเจที่จะถึงนี้ ด้วยการจัดกิจกรรมเทศกาลกินเจพื้นที่ 4 แห่งในกรุงเทพฯ และพื้นที่ 8 แห่งใน 7 จังหวัด โดยจะเชื่อมโยงผักจากแหล่งผลิตเข้ามาขายในพื้นที่กำหนด พร้อมกับจะประสานผู้ผลิตนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลกินเจและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในพื้นที่จัดกิจกรรมด้วย คาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนได้







