posttoday
ซีอาร์ซีโดดลุยค้าปลีกไซส์เล็กถอดท็อปเดลี่สู่แฟมิลี่มาร์ท

ซีอาร์ซีโดดลุยค้าปลีกไซส์เล็กถอดท็อปเดลี่สู่แฟมิลี่มาร์ท

28 กันยายน 2555

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

จรดปากกาเซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “บิ๊ก ดีล” ที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการค้าปลีกประเทศไทยตลอดช่วง 12 เดือนก่อน เมื่อกลุ่มบริษัท เซ็นทรัลรีเทิล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) ยักษ์ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ของไทย ได้รับสิทธิเข้าบริหารกิจการบริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท อย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 50.29% บริษัท แฟมิลี่มาร์ท ญี่ปุ่น 48.20% และสัดส่วนที่เหลือ โดยบริษัท อิโตชู และโรบินสัน รวมกัน 1.51%

ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขายหุ้นสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 7,800 ล้านเยน หรือกว่า 3,100 ล้านบาท โดยบริษัทจะได้สิทธิเป็นผู้บริหารกิจการร้านค้าสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท ที่มีสาขากว่า 746 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พัทยา ภูเก็ต สมุย และกรุงเทพฯ

การเข้ามาดำเนินธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก หรือร้านค้าสะดวกซื้อครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของกลุ่มเซ็นทรัล เพราะก่อนหน้านี้เคยรุกค้าปลีกไซส์เล็ก “เซ็นทรัล มินิมาร์ท” แต่เลิกไปในที่สุด กระทั่งครั้งนี้หวนกลับมารุกตลาดค้าปลีกสะดวกซื้ออีกครั้ง หลังจากเห็นแนวโน้มการเติบโตของร้านค้าปลีกสะดวกซื้อในไทยที่เติบโตสูงต่อเนื่องในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม

ทศ เห็นว่า ธุรกิจในตลาดนี้ เป็นตลาดใหญ่และมีแนวโน้มการขยายการเติบโตสูงในอีก 10 ปีข้างหน้า จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่มซีอาร์ซี ตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้ และคาดว่าจะเข้ามาสร้างสีสันในธุรกิจค้าปลีกสะดวกซื้อมากขึ้นในอนาคต ด้วยการทำให้แฟมิลี่มาร์ท นับจากนี้ไปมีความโดดเด่นมากขึ้น

ขณะที่ “แฟมิลี่มาร์ท” ถือว่ามีความแข็งแกร่งมาก โดยเป็นที่ 2 ในตลาดค้าปลีกระดับโลก ปัจจุบันมีสาขากว่า 2.1 หมื่นแห่ง และเป็นอันดับ 1 ในเกาหลี รวมทั้งอยู่ในไทยมานานกว่า 20 ปี บริษัทเชื่อว่าในอนาคตธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยอาศัยความชำนาญและเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจร่วมกันของซีอาร์ซีในด้านอาหารของแบรนด์ท็อปส์ และเครือข่ายผู้ผลิตสินค้าต่างๆ

ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าสิ้นปี 2555 จะมีสาขาแฟมิลี่มาร์ท เพิ่มขึ้นเป็น 800 แห่ง และในปีหน้าคาดอยู่ที่ 1,000 สาขา มีความเป็นไปได้ว่าจะนำแบรนด์แฟมิลี่มาร์ท เข้าไปสวมในร้านสาขาซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็ก แบรนด์ “ท็อปส์ เดลี่” ที่มีอยู่ราว 100 สาขา หลังจากเปิดให้บริการมานานร่วม 3 ปี ในตลาด

“บริษัทไม่มีแผนทิ้งแบรนด์ ท็อปส์ เดลี่ แต่จะดูความเหมาะสมเพื่อพัฒนาแบรนด์ดังกล่าวไปสู่ร้านค้าปลีกรูปแบบอื่นๆ ในอนาคต เช่น ธุรกิจอาหารก็มีความเป็นไปได้ โดยมีแผนทบทวนสาขาท็อปส์ เดลี่ ในปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ด้วย” ทศ กล่าว

ขณะเดียวกันได้แต่งตั้ง ณัฐ วงศ์พานิช ผู้บริหารซีอาร์ซี และบริษัท บีทูเอส ขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท จะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ต้นปี 2556 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าขยายสาขาครบ 1,500 สาขา ภายใน 5 ปีนับจากนี้ และ 3,000 สาขาในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยใน 2 ปีจากนี้คาดใช้งบลงทุน 2,000 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ และปรับปรุงสาขาเดิม

แนวทางการขยายธุรกิจแฟมิลี่มาร์ทในเบื้องต้น จะมุ่งขยายสาขาเองก่อนขยายไปสู่รูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ในอนาคต ใช้งบลงทุนราว 3 ล้านบาท/สาขา มีพื้นที่ราว 100150 ตร.ม. จะส่งผลให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% ต่อเนื่องทุกปี โดยสิ้นปีรายได้ซีอาร์ซีอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท จากเดิม 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจอาหาร 2 หมื่นล้านบาท จะเพิ่มเป็น 3.6 หมื่นล้านบาทหลังจากได้ธุรกิจแบรนด์แฟมิลี่มาร์ทเข้ามาเสริม

อุเอะเดะ จุนจิ ประธานกรรมการ บริษัท แฟมิลี่มาร์ท (ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่า “ดีล” ดังกล่าวใช้ระยะเวลาในการเจรจาตกลงราว 1 ปี ก่อนได้ข้อสรุปเป็นกลุ่มซีอาร์ซี ซึ่งแม้ว่าก่อนหน้าจะมีนักลงทุนไทยอีก 1 ราย สนใจและเสนอราคามาให้สูงกว่าก็ตาม ก่อนตัดสินใจเลือกซีอาร์ซีในที่สุด หลังใช้ระยะเวลาศึกษาอย่างลึกซึ่งตลอดช่วง1ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แฟมิลี่มาร์ท เห็นว่าตลาดในไทยยังมีช่องว่างอีกมากสำหรับร้านสะดวกซื้อ และมีแผนขยายไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และมาเลเซียในปีนี้ โดยปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีสาขากว่า 2 หมื่นสาขา และภายในปี 2558 คาดมี 2.5 หมื่นสาขา ในปี 2563 จะมี 4 หมื่นสาขาทั่วโลก รวมถึงแผนขยายสาขาในจีนด้วย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี