posttoday
ความดีที่แตกหน่อออกผลจากโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม

ความดีที่แตกหน่อออกผลจากโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม

28 กันยายน 2555

จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 สำหรับโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 สำหรับโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม ของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่สนับสนุนทุนทรัพย์และให้กำลังใจแก่บุคคลและองค์กรที่ทำประโยชน์แก่สังคม โดยมีการมอบทุนปีละ 12 ล้านบาท แก่ 6 องค์กรเพื่อสังคม

ทั้งนี้ องค์กรเพื่อสังคมจะได้ทุนแห่งละ 2 ล้านบาท และแบ่ง 5 แสนบาทแรกให้กับบุคลากรที่ได้รับเลือกว่าได้ทำความดีสอดคล้องกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กรดังกล่าว

สำหรับเงินที่เหลือ 1.5 ล้านบาท แบ่ง 5 แสนบาทเป็นทุนสำหรับองค์กรใช้เป็นทุนต่อยอดในการส่งเสริมและหาผู้ทำความดีคนต่อไป

ความดีที่แตกหน่อออกผลจากโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม

 

ส่วนอีก 1 ล้านบาท องค์กรจะนำไปทำโครงการต่างๆ ที่ต่อยอดหรือโครงการใหม่เพื่อสร้างพลังของการผลักดันโอกาสดีๆ ในสังคมให้เกิดและมีพลังมากขึ้น

จากปี 2550 จนถึงปี 2555 องค์กรเพื่อสังคมทั้ง 6 แห่ง ได้ทำงานขยายผลจนทำให้เกิดโครงการใหม่เพื่อสังคมทั้งหมด 9 โครงการ มีทั้งเป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องกันมาทุกปี และบางโครงการมีความแข็งแกร่งพอที่จะสามารถแตกหน่อหรือต่อยอดไปยังโครงการอื่นๆ ตามสภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันได้อีกมากมาย ได้แก่

nการพัฒนาห้องสมุด โดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ที่เริ่มจัดตั้ง “โครงการพัฒนาห้องสมุดพร้อมปัญญา” เรือนจำกลางบางขวาง ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสร้างห้องสมุดต้นแบบห้องสมุด 3 ดีแห่งแรกของกรมราชทัณฑ์ ที่มีระบบจัดการแบบสากล โดยหวังเป็นที่ให้ความรู้และผ่อนคลายความเครียดให้ผู้ต้องขัง พร้อมฝึกหัดวิชาชีพการซ่อมแซมหนังสือให้ด้วย

และปี 2554 ได้เพิ่ม “โครงการฟื้นฟูและพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในจังหวัดภาคกลาง 10 แห่ง” เพื่อฟื้นฟูแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปีก่อน

nการพัฒนาสังคมชนบท โดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ที่จัด “โครงการเสริมศักยภาพและพัฒนาตำบลให้เข้มแข็ง” (Super Tambol) เพื่อพัฒนา 4 ตำบลต้นแบบใน จ.บุรีรัมย์ นครราชสีมาและกระบี่ โดยเน้นให้ผู้นำมีมุมมองและแนวคิดใหม่ๆ จากการเรียนรู้กลยุทธ์การวางแผนเพื่อพัฒนาชุมชน และจัดการใช้ทรัพยากรให้มีประโยชน์สูงสุด เพื่อสามารถสร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและชุมชน

nการพัฒนาการศึกษา โดยมูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ที่จัด “โครงการส่งเสริมความรู้การวางแผนทางการเงินจากครูสู่นักเรียนและครอบครัว (ฉลาดใช้ ฉลาดออม)” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องทุกปี โดยทุกปีจะจัดอบรมครู 50 โรงเรียนจากทั่วประเทศ ให้เข้าใจถึงหลักการใช้เงินและออมเงินอย่างมีหลักการ สำหรับเยาวชนจะเสนอให้เป็นกลไกสำคัญในการเตือนให้สมาชิกครอบครัวปรับปรุงวิธีใช้และออมเงินที่เหมาะสม

nการพัฒนาส่งเสริมดนตรี โดยมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ที่จัด “โครงการพัฒนาวงดนตรีต้นแบบนำร่องเพื่อเด็กและเยาวชน” ซึ่งเป็นการร่วมมือกับโรงเรียนและสถานพินิจในการพัฒนาวงขับร้องประสานเสียงและวงดนตรีขลุ่ยรีคอร์ดเดอร์ เพื่อวางรากฐานทางดนตรีและเปิดโอกาสให้เด็ก และเยาวชนผู้ด้อยโอกาสได้แสดงความสามารถ เสริมความมั่นใจและภูมิใจในตัวเอง ต่อมามูลนิธิได้ขยายผลเป็น “โครงการดนตรีคลาสสิกเพื่อสังคม : ซีรีส์คอนเสิร์ตพลังฝันกำลังใจ” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนวงขับร้องประสานเสียงและวงขลุ่ยรีคอร์ดเดอร์ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง โดยให้ทำงานที่เป็นคุณประโยชน์แก่สังคม ด้วยการจัดแสดงดนตรีคลาสสิกในสถานสงเคราะห์เด็ก คนชรา สถานพินิจและคุ้มครองเด็กเยาวชน

nการพัฒนาส่งเสริมกีฬา โดยสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ใน “โครงการจั

ความดีที่แตกหน่อออกผลจากโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม

ดตั้งพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม” ณ ตำหนักทับแก้ว พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมแหล่งความรู้ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทย และ “โครงการปลุกจิตสำนึกเล่นฟุตบอลเพื่อชาติ” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนสนใจการเล่นฟุตบอลในวงกว้าง พร้อมทั้งเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ และเป็นเกราะป้องกันจากยาเสพติด

nการพัฒนาสังคมเมือง โดยมูลนิธิวิมุตตยาลัย ที่ได้ทำ “โครงการเปลี่ยนเมืองไทยให้เป็นนครหลวงแห่งการอ่าน” โดยเล็งเห็นวาระการอ่านเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วงวางแนวทางให้เยาวชนมีความรู้รอบตัวที่กว้างไกล โดยการจัดเป็นมุมหนังสือของท่าน ว.วชิรเมธี แนะนำ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมเพื่อรวบรวมหนังสือเพื่อมอบให้กับห้องสมุดในหลายโครงการ อาทิ กิจกรรมตักบาตรหนังสือ

นอกจากนั้น ยังมี “โครงการปฏิบัติธรรมสำหรับคนเมือง” เพื่อสร้างสรรค์ชุมชนและพัฒนาองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา โดยให้ธรรมะเข้ามาเป็นครรลองของชีวิตของผู้คนในชุมชนเมือง เพื่อนำมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน เช่น ปัญหาสังคมหรือสิ่งแวดล้อมอย่างร่วมสมัย โดยการจัดหลักสูตรการศึกษาเพื่อพัฒนาสันติภาพ จัดคอร์สภาวนาธรรม

จากทุนทรัพย์ที่ช่วยทำให้โครงการดีๆ ออกดอกออกผลให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ลองมาดูเมล็ดพันธุ์ความดีเล็กๆ หรือรายบุคลที่ทาง ตลท.ได้ให้ทุนสนับสนุนการทำความดีตามที่องค์กรเพื่อสังคมทั้ง 6 แห่งได้เสนอประจำปี 2555 นี้ ได้แก่ใครบ้าง และได้ช่วยสังคมอย่างไรบ้าง

nสาขาพัฒนาห้องสมุด คัดเลือกโดยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย มี 2 คนคือ “กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์” บรรณารักษ์วิชาชีพ หรือ “ป้ากุล” นักเล่า นักเขียนนิทานสำหรับเด็ก ที่มีผลงานเขียนหนังสือนิทานเด็กกว่า 50 ชื่อเรื่อง และขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด 1 ปี เพื่ออุทิศเวลาพัฒนาห้องสมุดพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ และ “ยุพาพร ชุมแสง” ครูและบรรณารักษ์โรงเรียนนารีนุกูล 2 จ.อุบลราชธานี ผู้ผลักดันกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาเยาวชนและชุมชน และผลักดันให้โรงเรียนชนะเลิศการแข่งขันการทำ “หนังสือเล่มเล็ก” เป็นจุดเด่นของโรงเรียนและเป็นที่ยอมรับในแวดวงครูบรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ และยังผลักดันให้เกิดการอ่านเผยแพร่ไปยังชุมชนผ่านโครงการกระเป๋าหนังสือสู่ชุมชน และโครงการเสียงจากหนังสือที่ให้นักเรียนจัดรายการเสียงตามสายแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ อ่านข่าวหรือหนังสือที่โรงเรียนช่วงพักกลางวันที่สถานีวิทยุและศูนย์ข่าวประจำหมู่บ้าน

nสาขาการพัฒนาการศึกษา คัดเลือกโดยมูลนิธิศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย คือ “กนก โตสุรัตน์” อธิการบดีผู้บุกเบิกก่อตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ผู้มุ่งมั่นขยายโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่ให้มีโอกาสศึกษาต่อระดับปริญญาตรี เพราะในจังหวัดไม่มีมหาวิทยาลัยของตัวเอง จากปี 2542 ที่ผู้เข้าศึกษา 302 คน จนถึงปี 2554 มีจำนวนถึง 9,160 คน อีกทั้งปัจจุบันยังหาแหล่งทุนให้กับนักศึกษาอีกปีละ 1,000 ทุน

nสาขาการพัฒนาสังคมชนบท คัดเลือกโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ได้แก่ “โครงการอาคารเย็นศิระ ที่พักพิงยามเจ็บป่วยและแหล่งหล่อหลอมด้านจิตวิญญาณ” โดย มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถานที่พักอาศัยสำหรับผู้ป่วยและญาติที่ยากไร้ ซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งหรือโรคเรื้อรังที่รอรับการเยียวยาที่ต้องใช้เวลานานและต่อเนื่อง รองรับผู้ป่วยและญาติเข้าพักกว่า 1.8 แสนคนต่อปี โดยคิดค่าใช้จ่ายเพียงวันละ 5 บาท

“ธนพันธ์ ชูบุญ” รองผู้อำนวยการสงขลานครินทร์ บอกว่าโครงการนี้จะเห็นได้ว่าอาสาสมัครในปัจจุบันหลายคนเคยเป็นญาติของผู้ป่วยที่ได้รับโอกาสให้พำนักอยู่ในตึกนี้ จนถึงวันนี้หลายคนบอกว่าที่มาเป็นอาสาสมัคร เพราะเขาเคยได้โอกาสจากคนรุ่นก่อนแล้ว ถึงวันนี้เขาต้องการมอบโอกาสให้คนอื่นต่อไปบ้าง

ความดีที่แตกหน่อออกผลจากโครงการเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม

 

ทั้งนี้ เบื้องต้นเห็นว่าจะนำเงินที่ได้รับ 5 แสนบาทจาก ตลท. ไปขยายผลต่อในด้านที่ช่วยในการพัฒนาคน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นทั้งแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือกลุ่มอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยงานในอาคาร โดยมีรูปแบบที่จะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีผลตอบแทนจากที่เขาได้เข้ามาทำความดี โดยยึดแบบการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Enterprise) แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นแนวทางเบื้องต้นซึ่งจะทำได้หรือไม่ต้องกลับไปวางแผนกันอย่างรอบคอบ

nสาขาการส่งเสริมดนตรี คัดเลือกโดยมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ได้แก่ “สมบัติ สิมหล้า หมอแคนผู้พิการทางสายตา” เจ้าของฉายาหมอแคนนิ้วทอง เทพแห่งแคน และหมอแคนมหัศจรรย์ ผู้มีลีลาเป่าแคนเป็นแบบฉบับของตัวเอง และยังเป็นหมอแคนคนแรกที่สามารถบรรเลงแคนร่วมกับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา และวงดนตรีแจ๊ซที่มีชื่อเสียงของโลก อีกทั้งปัจจุบันยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาแคนให้กับนักศึกษาในมหาวิยาลัยมหิดล

 

“สมบัติ” อธิบายว่า ภูมิใจมากที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะไม่นึกว่าหมอแคนที่มาจากบ้านนอกคนหนึ่งได้รับเกียรติขนาดนี้ จากที่อาจารย์สุกรีให้มาเป็นอาจารย์พิเศษที่มหิดลก็ดีสุดๆ แล้ว เพราะให้มาสอนแบบครั้งๆ ก็ให้ค่าสอนด้วย แต่นี้มาได้รางวัลคนทำดีอีก ส่วนตัวผมไม่ได้มองที่เรื่องของเงินหรือรางวัล แต่สอนเพราะอยากถ่ายทอดเรื่องแคนให้เป็นที่รู้จักและเป็นสิ่งที่คนไทยควรอนุรักษ์ไว้ ส่วนจากนี้จะนำเงินที่ได้เป็นทุนให้กับลูกสาวได้ศึกษาต่อให้ได้ในระดับสูงที่สุด และสิ่งที่สำคัญคือการถ่ายทอดศิลปะทุกอย่างของแคนให้กับลูกสาวเอาไว้

สาขาการส่งเสริมกีฬา คัดเลือกโดยสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้แก่ “พิชัย คงศรี” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยเจ้าของฉายาหลอเรดาร์ และ “กลุ่มอิสระชน” เจ้าของโครงการฝึกสอนทักษะฟุตบอลแก่เยาวชนทุกภูมิภาคของไทย เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการเล่นฟุตบอลแก่เยาวชนรุ่นใหม่ที่ด้อยโอกาส ด้วยทุนของตัวเองและกลุ่มอิสระชนมาทั่วประเทศเป็นเวลา 15 ปี

สาขาการพัฒนาสังคมเมือง คัดเลือกโดยมูลนิธิวิมุตตยาลัย ได้แก่ “โครงการพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามพระราชดำริ พื้นที่ ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย” ซึ่งเป็นต้นแบบของห้องปฏิบัติการทางสังคมในการพัฒนาชนบท ที่ทำให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ และปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆ กัน

โดยยึดหลักสำคัญคือการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับความจำเป็นที่‌“เรียบง่ายและประหยัด”และเป็นไปตาม‌ภูมิศาสตร์และสังคมวัฒนธรรม

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวภายในงานไว้ว่า‌“นี่คือเพียงส่วนหนึ่งของโครงการและคนที่ทำดี เมื่อมีองค์กรที่จุดประกายการทำความดี และมีการต่อยอดให้คนทำดีอีกมาก‌หลายครั้งที่สังคมปัจจุบันให้ความสำคัญกับ‌การพัฒนาแบบยั่งยืนด้วยเรื่องเงินทองและ‌ทิ้งเรื่องคนไป แต่การพัฒนาที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนจริงๆ คือ ต้องพัฒนาที่คน ลองสังเกตดูเรามักมีความสุขทางใจเสมอเวลาที่‌เราได้เจอคนที่ดีๆ อยู่ในสังคมที่ดีๆ ฉะนั้นกอย่างในสังคมและโลกนี้ ถ้าเราช่วยกันทำ‌แต่เรื่องดีๆ คิดดูสิว่าโลกนี้จะน่าอยู่เพียงไร”

เชื่อได้ว่านี่คือบทสรุปที่ดีที่สุดแล้ว

 

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน