
นักวิชาการหนุนล้มจำนำข้าว
พวกข้าพเจ้าซึ่งมีรายชื่อข้างล่างนี้ เป็นผู้มีอาชีพในทางวิชาการในประเทศไทย ประกอบด้วยคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา พวกเรารับรู้ ติดตามการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา บัดนี้ได้เห็นปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุ หรือหนทางที่นำไปสู่ความเสียหายแก่ประเทศทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอย่างมหาศาล
พวกข้าพเจ้าซึ่งมีรายชื่อข้างล่างนี้ เป็นผู้มีอาชีพในทางวิชาการในประเทศไทย ประกอบด้วยคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา พวกเรารับรู้ ติดตามการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา บัดนี้ได้เห็นปัญหาที่เกิดจากการดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุ หรือหนทางที่นำไปสู่ความเสียหายแก่ประเทศทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอย่างมหาศาล
พวกเราจึงได้รวมตัวกันทำหนังสือร้องเรียนฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ท่านและคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมาย ยับยั้งหรือยุติการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ด้วยสาเหตุว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการดำเนินงานที่ขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
การดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่ว่านี้ คือ การรับจำนำข้าวของรัฐบาลจากเกษตรกร หรือผู้ที่มีสิทธิซึ่งรัฐบาลได้ทำมาแล้ว 2 รอบ และกำลังจะเริ่มรอบใหม่ในเดือน ต.ค.นี้ โดยได้ใช้เงินไปแล้วหลายแสนล้านบาท และยังมีต้นทุนที่เกิดขึ้นตามมาอีกมหาศาล เช่น ต้นทุนจากการเช่าเก็บรักษาข้าว ต้นทุนจากการเสื่อมค่าของข้าวที่เก็บไว้นาน ต้นทุนจากการขาดทุนของข้าวที่รัฐบาลประมูลขายให้แก่เอกชน และต้นทุนจากการทุจริตในขั้นตอนต่างๆ ของการดำเนินการ เช่น การสวมสิทธิ การปลอมปนข้าวคุณภาพต่ำ รวมทั้งการเคลื่อนย้ายและระบายข้าวที่ไม่ชอบ เป็นต้น
โดยปกติหลักการของการจำนำที่ถูกต้อง คือ การให้ราคาจำนำที่ต่ำกว่าราคาตลาดในระดับที่เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรมาไถ่ถอนเพื่อนำไปขายในตลาดเมื่อราคาข้าวสูงขึ้น แต่โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในปัจจุบัน จงใจตั้งราคารับจำนำให้สูงกว่าราคาตลาดอย่างชัดแจ้ง โดยมิได้มีเจตจำนงหรือคาดการณ์ให้เกษตรกรไถ่ถอนคืนแต่อย่างใด การกระทำของรัฐบาลเช่นนี้ มิใช่การรับจำนำแต่เป็นการทำตัวเป็นพ่อค้าข้าวรายใหญ่ที่สุดรายเดียวของประเทศ เป็นการผูกขาดตัดตอนที่ทำลายระบบการค้าของไทยที่อาศัยกลไกตลาดที่มีประสิทธิภาพ และยังส่งผลต่อระบบการผลิตข้าวที่บิดเบือนกลไกตลาดด้วย เช่นเดียวกันประโยชน์ที่ให้แก่เกษตรกรไม่คุ้มกับทรัพยากรส่วนรวมของชาติที่เสียไป และมีวิธีที่สามารถช่วยเกษตรกรได้ดีกว่านี้
พวกเราเห็นว่า การกระทำของรัฐบาลในโครงการนี้เป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 84 วงเล็บหนึ่งอย่างชัดเจน โดยมาตราดังกล่าวได้บัญญัติไว้ว่า
“มาตรา 84 : รัฐต้องดำเนินการแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ดังต่อไปนี้ :
(1) สนับสนุนระบบเศรษฐกิจระบบเสรีและเป็นธรรม โดยอาศัยกลไกตลาดและสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยต้องยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและหลักเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจ ซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม หรือการจัดให้มีสาธารณูปโภค”
เพื่อไม่ให้ประเทศต้องเสียหายมากไปกว่านี้ พวกเราจึงขอความกรุณาท่านประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ยับยั้งหรือยุติการกระทำอันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญของโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลปัจจุบันโดยเร็วที่สุดต่อไป
มีรายชื่อ 127 คน ประกอบด้วยนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยนิด้า 50 คน อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 27 คน นอกจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย นักศึกษา และประชาชนจำนวนมาก อาทิ
1.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 2.ณดา จันทร์สม 3.สุจิตรา ชำนิวิทย์กรณ์ 4.ประสพโชค มั่งสวัสดิ์ 5.นิรมล อริยอาภากมล 6.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์ 7.วิชิต หล่อจีระชุณห์กุล 8.จิราวัลย์ จิตรถเวช 9.วีณา ฉายศิลปรุ่งเรือง 10.พัชราภรณ์ เนียมมณี
11.เลอสรรค์ โบสุวรรณ 12.เดือนเพ็ญ ธีรวรรณวิวัฒน์ 13.กาญจ์นภา อมรัชกุล 14.พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐ ศาสตร์ มธ. และอดีตคณะกรรมการนโยบาย การเงิน (กนง.) 15.ชวินทร์ ลีนะบรรจง
16.นิธินันท์ วิศเวศวร 17.สุขุม อัตวาวุฒิชัย 18.อัจนา ไวความดี อดีตรองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอดีต กนง. 19. พิทักษ์สิทธิ์ ฉายะภูติ 20.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต 21.บุญจง ขาวสิทธิวงษ์ 22.อาแว มะแส 23.จำลอง โพธิ์บุญ 24.พรเทพ เบญญาอภิกุล
25.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา 26.วันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน 27.บรรเจิด สิงคะเนติ 28.วิริยา ล้ำเลิศ 29.พัชวรรณ นุชประยูร 30.ศาสตรา สุดสวาท 31.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ 32.ธีระพงษ์ วิกิตเศรษฐ 33.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน 34.ปริยดา สุขเจริญสิน 35.อนันต์ วัฒนกุลจรัส 36.อมรรัตน์ อภินันท์มหกุล ฯลฯ







