posttoday
คมนาคมสั่งทบทวนผุด2ท่าเรือส่งสินค้า

คมนาคมสั่งทบทวนผุด2ท่าเรือส่งสินค้า

27 กันยายน 2555

“จารุพงศ์” สั่งทบทวนแผนลงทุนขยายท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และปากบารา

“จารุพงศ์” สั่งทบทวนแผนลงทุนขยายท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และปากบารา

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การพัฒนาพาณิชยนาวีไทยเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” ว่า กระทรวงจะทบทวนการลงทุนโครงการขยายท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และโครงการท่าเรือปากบารา ว่าจะชะลอหรือยกเลิกหรือไม่

ทั้งนี้ หลังจากรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชนพบว่ามีเหตุผล โดยท่าเรือแหลมฉบังปัจจุบันใช้งานเพียงครึ่งหนึ่งของขีดความสามารถในการรองรับ ขณะที่ท่าเรือระยะที่ 2 ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและยังไม่เปิดให้บริการ และแผนการก่อสร้างท่าเรือระยะที่ 3 อาจมีปัญหาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนที่เสนอให้ก่อสร้างท่าเรือมาบตาพุดแทนการขยายท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 นั้น ต้องไปศึกษารายละเอียด เพราะปัจจุบันท่าเรือในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดมีให้บริการแล้ว แต่เป็นของเอกชน ซึ่งการก่อสร้างท่าเรือนั้น ตนเน้นให้มีการใช้งานจริง โดยเมื่อผู้ใช้มีความต้องการ รัฐก็พร้อมลงทุนก่อสร้าง

“ส่วนตัวผมว่าข้อเสนอของภาคเอกชนตรงใจผม สวนตวแผนก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ต้องสร้างท่าเรือยื่นไปในทะเลระยะทางยาวมากท่าเรือระยะที่ 1 และ 2 ซึ่งอาจมีปัญหาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อทะเลพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การดำเนินงานต้องพิจารณาว่าคุ้มกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ส่วนโครงการท่าเรือปากบารานั้น ผมว่าสินค้าจากจีนจะไม่มาใช้ และจีนกำลังสร้างท่าเรือ Kalaqauk ที่เมียนมาร์ เพื่อเป็นทางออกทางทะเล แล้วจะมีสินค้าจากจีนที่ไหนมาใช้ท่าเรือปากบารา” นายจารุพงศ์ กล่าว

ด้านนายสุวัฒน์ อัศวทองกุล ประธานสมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพ กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ยังไม่มีความจำเป็น แต่ที่จำเป็นคือการก่อสร้างท่าเรือที่มาบตาพุด เพื่อให้สินค้าจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดสามารถส่งออกทางเรือได้โดยไม่ต้องขนส่งมาต่อเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนท่าเรือปากบารานั้น เห็นว่าบริษัทเรือที่ต้องการขนส่งสินค้าผ่านแหลมมลายูคงไม่ใช้ท่าเรือปากบารา เพราะไม่ช่วยประหยัดเวลา และยังเพิ่มค่าใช้จ่ายจากการขนถ่ายตู้สินค้าขึ้นจากเรือลงรถไฟและลงเรือ

สำหรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 นั้น คาดว่าจะทำให้ปริมาณการค้าระหว่างอาเซียนเติบโตไม่น้อยกว่า 20%โดยประเทศในอาเซียนได้รับผลบวกจากการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า และจากปริมาณการค้าระหว่างประเทศในอาเซียนที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณเรือขนส่งสินค้าขนาดเล็กประมาณ 1,000-2,000 ทีอียู มาให้บริการเพิ่มขึ้น และให้บริการเส้นทางตรงระหว่างประเทศในอาเซียนเช่น เส้นทาง ไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม จากเดิมที่ต้องไปถ่ายสินค้าผ่านท่าเรือสิงคโปร์

ด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต ประธานสมาคมเจ้าของเรือไทย กล่าวว่า การเปิดประชาคมอาเซียนไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเรือขนส่งสินค้า เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเปิดให้บริการเป็นสากลทั่วโลก โดยสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนคือ การส่งเสริมการขนส่งสินค้าท่าเรือชายฝั่ง ซึ่งจะช่วยเสริมการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าได้มาก

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าการเคลื่อนย้ายสินค้าเติบโตมากในตลาดเอเชีย โดยตลาดประเทศจีนและอินเดียเติบโตเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศปรับเส้นทางเดินเรือเพื่อให้สอดคล้องกับสินค้า ส่วนตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยเติบโตมากนั้นอยู่ระหว่างชะลอตัวปริมาณสินค้านำเข้าส่งออกลดลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท