posttoday
รอบเอวกับมะเร็ง!?

รอบเอวกับมะเร็ง!?

25 กันยายน 2555

โดย พญ.ลักขณา ถาวโรจน์

โดย พญ.ลักขณา ถาวโรจน์

ความอ้วนไม่ได้เป็นเพียงศัตรูร้ายที่ทำลายบุคลิกภาพ แต่ยังส่งผลเรื่องสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุงหรือ Metabolic Syndrome ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายต้องระวังโรคดังกล่าว คือผู้ชายที่มีรอบเอว 90 ซม.ขึ้นไป และ 80 ซม.ในผู้หญิง ซึ่งไขมันในช่องท้องที่มากเกินเกณฑ์ปกติ จะกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ตับไม่สามารถยับยั้งการสร้างกลูโคสได้ จึงส่งผลในเรื่องน้ำตาลในเลือดสูง และยังทำให้เกิดกรดไขมันอิสระที่นำไปสู่โรคเบาหวานในที่สุด

ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่เป็นโรคอ้วนลงพุงจะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดมากกว่าคนปกติถึง 23 เท่าตัว นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยจากอิมพีเรียลคอลเลจในกรุงลอนดอน ที่ออกมาเตือนว่า ทุกๆ 1 นิ้วของรอบเอวที่เพิ่มขึ้น จากเกณฑ์ที่เหมาะสมจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ 3% และยังมีงานวิจัยอีกหลายสถาบันที่บ่งชี้ว่าไขมันส่วนเกินมีผลต่อการเกิดมะเร็งอีกหลายชนิด เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเต้านม ฯลฯ

แม้จะรู้ดีว่าความอ้วนและรอบเอวมีผลต่อสุขภาพ แต่หลายคนก็ยังไม่สามารถเอาชนะความอ้วนได้ อันเนื่องจากอุปสรรคนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นอายุเยอะลดยาก ระบบเผาผลาญไม่ดี ไม่มีเวลา ไม่สะดวกออกกำลังกาย เป็นต้น ความจริงการลดความอ้วนต้องเริ่มที่ความตั้งใจแต่ถ้าลดยาก หรือลดไม่ลงจริงๆ นวัตกรรมทางการแพทย์ก็ยังมีให้เลือกสรร ตั้งแต่การดูดไขมันไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เลเซอร์ คลื่นวิทยุ (Radio Frequency) แสงอินฟราเรด คลื่นอัลตราซาวด์ และอีกมากมายให้เลือกตามความเหมาะสม

แต่ก่อนที่จะรู้ว่าควรใช้เครื่องมือตัวใดจึงจะให้ประสิทธิภาพดีที่สุด ควรเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงการใช้แนวทางใหม่ในการวิเคราะห์สัดส่วนที่นำเอาระบบคอมพิวเตอร์ ST มาใช้เพื่อการวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดและชัดเจนยิ่งขึ้น ระบบ ST นี้จะนำเอาน้ำหนัก ส่วนสูง สัดส่วนต่างๆ มาประมวลผลกับอายุและโครงสร้าง แล้วประเมินผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ของมวลน้ำ มวลไขมัน และมวลกล้ามเนื้อในร่างกาย จากนั้นจึงจัดกรอบรูปร่างและออกแบบโปรแกรมทรีตเมนต์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลภายในเวลา 20-30 นาที

หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการทำทรีตเมนต์สลับหมุนเวียนกันไปตามโปรแกรมที่ออกแบบเอาไว้ โดยใช้เวลาทำต่อเครื่อง 30-60 นาที นอกจากจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรีและสลายไขมันแล้ว ยังช่วยลดอาการบวมน้ำที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมมากเกินไป หรือฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ภาวะหลังคลอด รวมถึงช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับไม่ผอมเผละหรือมีเนื้อส่วนเกินห้อยต่องแต่งอีกด้วย

แต่เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากมีตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพแล้ว ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับวินัยของผู้เข้ารับการรักษาเป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อศึกษาข้อมูลจนมั่นใจแล้ว จึงควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงทำทรีตเมนต์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้มีรูปร่างและน้ำหนักที่เหมาะสม มีสุขภาพดี ลดอัตราการเกิดโรคหลายชนิดอีกด้วย*


เฉพาะผู้อ่าน Post Today... ขอรับสิทธิสแกนมวลไขมันในร่างกายด้วยระบบ ST จากอิตาลี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติม สอบถามข้อมูลติดต่อ Slim Up Center ทุกสาขา หรือ Call Center โทร. 02-620-0000 ผลลัพธ์เฉพาะบุคคล/ภายใต้เงื่อนไข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท