
ทุนญี่ปุ่นสนลงเหล็กต้นน้ำในไทย
ทูตญี่ปุ่นระบุทุนปลาดิบยังสนลงเหล็กต้นน้ำในไทย ย้ำญี่ปุ่นมาไทยเพิ่มขึ้น ด้านไทยจะเป็นตัวกลางดึงเหล็กต้นน้ำไปพม่า
ทูตญี่ปุ่นระบุทุนปลาดิบยังสนลงเหล็กต้นน้ำในไทย ย้ำญี่ปุ่นมาไทยเพิ่มขึ้น ด้านไทยจะเป็นตัวกลางดึงเหล็กต้นน้ำไปพม่า
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวหลังหารือร่วมกับนายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า กลุ่มทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจลงทุนอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ โดยนำเสนอการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยจนทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาห กรรมสะอาด ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาที่เมืองไทยยังเป็นกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการต่อต้านจากชุมชนค่อนข้างมาก ทำให้อุตสาหกรรมประเภทดังกล่าวเกิดขึ้นในเมืองไทยได้ยาก
ทั้งนี้ ไทยมีแนวคิดจะเป็นตัวกลางดึงนักลงทุนญี่ปุ่นไปลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำที่ประเทศพม่า ส่วนการลงทุนในเมืองไทยตามแผนที่วางไว้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ตอนนี้มีพื้นที่ใหม่อีก 1 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและไม่สามารถเปิดเผยได้
ขณะเดียวกัน ทูตญี่ปุ่นได้ขอบคุณรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือนักลงทุนญี่ปุ่น ช่วยดูแลป้องกันนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกังวลเรื่องแผนการป้องกันน้ำท่วมล่าช้า โดยล่าสุดจากการที่รัฐบาลส่งทีมทหารช่างเข้ามาช่วยสร้างคันดินกั้นน้ำแล้วนั้น ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นพอใจมาก พร้อมตอกย้ำว่าจากนี้จะมีนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีสัดส่วนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นสูงถึง 34 แสนล้านบาท
“เชื่อว่านักลงทุนจะเข้ามาไทยอีกมาก ไทยก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ที่ไทยอาจจะเป็นคนนำประเทศญี่ปุ่น เป็นตัวกลางที่เป็นช่องทางการลงทุน” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว
สำหรับการสร้างแนวป้องกันน้ำถาวรของนิคมฯ เขตส่งเสริมอุตสาห กรรมและสวนอุตสาหกรรม 5 แห่งใน จ.พระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี ขณะนี้ความคืบหน้าใกล้แล้วเสร็จ เหลือนิคมสหรัตนนครที่คืบหน้า 30%โดยในวันที่ 26-28 ก.ย.2555 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะมีการซ้อมแผนฉุกเฉินรับมือสถานการณ์น้ำ แต่จากการติดตามสถานการณ์น้ำเชื่อว่าจะดูแลได้ ไม่น่ามีปัญหา
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ความคืบหน้าการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ 2 ใน 3 ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมรวมวงเงิน 3,200 ล้านบาท ขณะนี้ทั้ง 5 นิคม ได้ส่งเอกสารความคืบหน้ามาให้ กนอ.แล้วซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดการลงทุนก่อสร้าง ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 30 วัน ก่อนจะสั่งเบิกจ่ายเงินช่วยงวดแรกได้
ขณะที่เงินกู้จากธนาคาออมสิน 1 ใน 3 นั้น ล่าสุด ธนาคารออมสินได้ส่งหนังสือสอบถามมาที่กระทรวงอุตสาหกรรมถึงความคืบหน้าในการเบิกจ่ายเงิน 2 ใน 3 ส่วน เพื่อเป็นข้อมูลที่อ้างอิงก่อนจะมีการอนุมัติเงินกู้ เนื่องจากทางกนอ.มีข้อมูลการก่อสร้างมากกว่าธนาคารออมสิน โดยทางกนอ.ได้ตอบกลับธนาคารออมสินไปแล้วว่า สามารถอนุมัติเงินได้เลย โดยไม่ต้องรอความชัดเจนเงินช่วย 2 ใน 3 เพราะรัฐบาลได้กำหนดกรอบเงินช่วยทั้งหมดไปแล้ว







