
สภาอุตฯถกปูยืดขึ้นค่าแรง
300บาททั่วประเทศต้นปีหน้าในการประชุมกรอ.สัญจรต.ค.
300บาททั่วประเทศต้นปีหน้าในการประชุมกรอ.สัญจรต.ค.
สภาอุตฯ สายต่างจังหวัด เล็งพบ “นายกปู” ในเวที กรอ.สัญจรที่สมุย ยื่นจุดยืนให้ทบทวนค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศชี้ผลสำรวจ 80% ไม่เห็นด้วย จ่อเลิกจ้างปิดกิจการ
นายวีระยุทธ สุขวัฑฒโก ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการประชุมสมาชิกอุตสาหกรรมสายงานจังหวัด ว่า จะนำปัญหาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาททั่วประเทศ ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2556 เข้าหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่านเวทีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) สัญจร ครั้งต่อไปในเดือน ต.ค.ที่ภาคใต้ เพื่อขอให้ชะลอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท สำหรับ 70 จังหวัดที่เหลือ และให้คงค่าจ้างขั้นต่ำไว้จนถึงปี 2558
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยังยืนยันจะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำจะต้องจบการศึกษาขั้นต่ำ ประถมศึกษาปีที่ 4 และมีเอกสารรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าจ้างส่วนต่างให้
ทั้งนี้ จากการส่งแบบสอบถามให้กับสมาชิก ส.อ.ท.สายงานต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ วันที่ 16 ก.ค.11 ก.ย. 2555 มีผู้ตอบแบบสอบถามกลับมา 746 ชุด คิดเป็น 40% ของสมาชิก ส.อ.ท.ทั้งหมด พบว่า 80% ไม่เห็นด้วยที่จะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ วันที่ 1 ม.ค. 2556เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี)
“อยากให้นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.ออกมาเทกแอ็กชันเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เห็นบ้าง เพราะหากปล่อยไว้ผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอีตายหมดแน่ เพราะแค่นี้ก็ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าขึ้น ขณะที่ราคาสินค้ากลับปรับขึ้นไม่ได้ และในระยะยาวจะกระทบขีดความสามารถการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างต่ำกว่า จนต้องเลิกจ้างและปิดกิจการลงในที่สุด ซึ่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์คาดว่าจะมีการเลิกจ้างถึง 1530%” นายวีระยุทธ กล่าว
สำหรับผลการสำรวจพบว่า มีผู้ประกอบการภาคเหนือตอบกลับมามากถึง 567 ราย คิดเป็น 76% ของผู้ตอบกลับแบบสอบถามทั้งหมด ภาคกลาง 83 ราย คิดเป็น 11% ภาคตะวันออก 49 ราย คิดเป็น 6% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27 ราย คิดเป็น 4% ภาคใต้ 13 ราย คิดเป็น 2% ภาคภาคอื่นๆ 7 ราย คิดเป็น 1% ของผู้ตอบกลับแบบสอบถามทั้งหมด
นายเอกพร โฆษะครรชิตรองเลขาธิการ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก กล่าวว่า การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศจะทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าปรับขึ้นทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบโลจิสติกส์ วัตถุดิบ ราคาสินค้า ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศเกิดใหม่ที่มีค่าจ้างต่ำกว่าไทยเช่น พม่าและกัมพูชา จะทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานปั่นป่วนและบริหารจัดการคนลำบากขึ้น คนเก่าน้อยใจ คนใหม่เล่นตัว ซึ่งระยะยาวจะกลายเป็นระเบิดเวลา อุตสาห กรรมไทยจะไม่เกิดการพัฒนาตัวเอง เพราะอยู่ตรงไหนก็ได้ค่าจ้างเท่ากัน
ขณะเดียวกันก็เห็นว่า หากปล่อยให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศตามที่รัฐบาลประกาศไว้ตอนหาเสียงก็จะกลายเป็นประเด็นให้พรรคการเมืองนำมาใช้กำหนดเป็นมาตรการในการหาเสียงครั้งต่อไป โดยที่ไม่ต้องใช้เงินตัวเอง แต่พอถึงเวลาก็โยนภาระให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือก็มีเพียงน้อยนิด ซึ่งไม่ยุติธรรม
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสายงานแรงงาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศนั้น มีทั้งส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่ต่างได้รับความเดือดร้อนหมด ดังนั้น กระทรวงแรงงานให้คณะอนุกรรมการค่าจ้างกลางแต่ละจังหวัดรวบรวมรายละเอียดและข้อคิดเห็นของแต่ละจังหวัดเข้ามาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าเดือน พ.ย.จะสรุปแนวทางชัดโดยคาดว่าภายในเดือนนี้จะได้ข้อมูลครบทุกจังหวัดและ คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปแนวทางที่ชัดเจนภายในเดือนพ.ย.นี้เจน







