
ธปท.คุมแบงก์เน้นคุ้มครองผู้บริโภค
ระบุชาร์จค่าต๋งต้องเป็นธรรมออก
‘ไลเซนส์’ให้ต่างชาติลุยโพสต์ทูเดย์ — ธปท. แย้มข่าวดี จะคุมเข้มบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น
นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การกำกับดูแลระบบธนาคารพาณิชย์ในปีนี้และในระยะถัดไป ธปท. กำหนดกรอบว่าจะยังคงมุ่งที่จะดูแลให้ธนาคารมีความเข้มแข็งมีเงินกองทุนที่มั่นคง และจะเพิ่มการกำกับดูแลในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ลูกค้า ผู้ใช้บริการทางการเงินกับธนาคารพาณิชย์ให้มากขึ้น
ทั้งนี้ ธปท. มีเป้าหมายชัดว่าจะเน้นหนักในการดูแลให้ลูกค้า ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม ได้รับการบริการที่เหมาะสมกับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บให้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน
ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูการขยายขอบข่ายธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ให้มากขึ้นด้วย เพราะในระยะต่อไปสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศน่าจะมีการขอขยายธุรกิจ ขยายสาขา ขยายการทำธุรกรรมได้มากขึ้น ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่ 2 (มาสเตอร์แพลน 2) ที่ ธปท. กำหนดเอาไว้ เพราะแม้ ธปท. จะอนุญาตให้ขยายการทำธุรกิจที่หลากหลายขึ้น แต่ก็ต้องไม่ล้ำเส้นธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจของธนาคารพาณิชย์
ก่อนหน้านี้ ธปท. เปิดให้ธนาคารที่จดทะเบียนในไทยสามารถขยายธุรกิจครอบคลุมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมการปล่อยสินเชื่อ ธุรกิจลีสซิง ธุรกิจประกัน การรับฝากเงินเพื่อแข่งขันการดึงเงินฝาก รวมถึงการเปิดให้สาขาธนาคารต่างประเทศยกระดับเป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ (Subsidiary) สามารถมีสาขาเพิ่มได้อีก 2 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ขยายธุรกรรมการบริการลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ธปท. ก็ส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการทางการเงินระดับฐานราก หรือไมโครไฟแนนซ์มากขึ้น เพื่อช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อ เงินฝาก บริการต่างๆ ของสถาบันการเงินได้มากขึ้น โดยเฉพาะสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น จะได้ช่วยลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบของประชาชนชาวรากหญ้าได้ ก่อนที่ในช่วงปลายปี 2556 จะเปิดให้ธนาคารพาณิชย์จากต่างประเทศสามารถเข้ามาขอใบอนุญาตเพื่อเปิดให้บริการสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ได้
แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า สิ่งที่ ธปท. เป็นห่วงคือเรื่องเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ การลงทุนในตราสารใหม่ๆ รวมถึงการคิดค่าธรรมเนียมต่างๆ จะต้องมีการพิจารณาเรื่องต้นทุนที่แท้จริง







