posttoday
ทิศทางการแข่งขันธุรกิจโทรทัศน์โลกยุค OLED

ทิศทางการแข่งขันธุรกิจโทรทัศน์โลกยุค OLED

24 กันยายน 2555

อุตสาหกรรมเครื่องรับโทรทัศน์นับเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของโลก โดยวิวัฒนาการมาจากแบบจอภาพ CRT แบบขาวดำ ไปสู่จอภาพ CRT แบบสี

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

อุตสาหกรรมเครื่องรับโทรทัศน์นับเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของโลก โดยวิวัฒนาการมาจากแบบจอภาพ CRT แบบขาวดำ ไปสู่จอภาพ CRT แบบสี และปัจจุบันก้าวสู่จอภาพ LCD เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีหลัก แม้มีจอภาพแบบพลาสมาเป็นคู่แข่งบ้าง แต่ส่วนแบ่งตลาดของจอภาพของพลาสมาลดลงเรื่อยๆ โดยปัจจุบันลดลงเหลือเพียงแค่ 5.3%

ขณะที่จอภาพที่เรียกว่า LED นั้น ความจริงแล้วก็เป็นแบบ LCD แต่แทนที่แสงสว่างด้านหลังของจอภาพจะมาจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ เหมือนกับเทคโนโลยีหลอดนีออนที่เราใช้กันทั่วไป ก็เปลี่ยนเป็นการให้แสงสว่างจากหลอด LED แทน ซึ่งมีข้อดี คือ มีความสว่างมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากหลอดแบบฟลูออเรสเซนต์จะมีสารปรอทอยู่ภายใน

แนวโน้มสำคัญในปัจจุบัน คือ ตลาดโทรทัศน์แบบ LCD ที่ในระยะที่ผ่านมาตลาดเติบโตอย่างรวดเร็วนั้นเริ่มที่จะอิ่มตัว โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่กำลังผลิตโทรทัศน์อยู่ระดับสูงมาก ทำให้มีการแข่งขันตัดราคากัน เราจะเห็นว่าปัจจุบันตามห้างต่างๆ โทรทัศน์แบบ LCD ขนาด 32 นิ้ว เดิมมีราคาแพงหลายหมื่นบาท แต่ปัจจุบันราคาไม่ถึงหมื่นบาท

จากราคาโทรทัศน์แบบ LCD ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนสนใจซื้อโทรทัศน์ในขนาดที่ใหญ่ยิ่งขึ้น จากการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา WitsView พบว่า โทรทัศน์แบบ LCD ที่จำหน่าย เพิ่มจากขนาดเฉลี่ย 33.6 นิ้ว ในปี 2552 เป็น 33.7 นิ้ว ปี 2553 เป็น 34.5 นิ้ว ในปี 2554 และล่าสุดเป็น 36.5 นิ้ว ในปี 2555

ปัจจุบัน บริษัท ซัมซุง ของเกาหลีใต้ ครองตลาดโลกผู้จำหน่ายโทรทัศน์รายใหญ่อันดับ 1 ของโลก โดยในปี 2554 มีส่วนแบ่งตลาดโลก 23.6% รองลงมา คือ บริษัท LG ของเกาหลีใต้ ส่วนแบ่งตลาด 14.1% บริษัท โซนี่ ของญี่ปุ่น 10.3% บริษัท พานาโซนิค ของญี่ปุ่น 7.7% และบริษัท ชาร์ป ของญี่ปุ่น 6.7%

สำหรับแนวโน้มสำคัญในอนาคต คือ อุตสาหกรรมเครื่องรับโทรทัศน์กำลังจะก้าวจากยุค LCD ไปสู่ยุค Organic Light-Emitting Diode (OLED) ซึ่งมีเทคโนโลยีเหนือกว่า คือแต่ละพิกเซลของจอภาพ OLED เปล่งแสงได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องใช้แสงจากแหล่งอื่นๆ ส่องทางด้านหลังของจอภาพ ทำให้จอภาพบางลงกว่าเดิมมาก ส่งผลให้โทรทัศน์แบบ OLED บางลงมากตามไปด้วย ขณะเดียวกันภาพมีความคมชัดกว่า จอภาพสามารถดัดให้โค้งงอได้ และประหยัดพลังงานมากถึง 20% เมื่อเปรียบเทียบกับจอภาพแบบ LCD ธรรมดา

รัฐบาลหลายประเทศพยายามส่งเสริมเทคโนโลยีในด้าน OLED เนื่องจากคาดว่าจะเสริมสร้างรายได้แก่ประเทศจำนวนมาก โดยคาดว่าตลาดโทรทัศน์แบบ OLED จะขยายตัวจากเพียงแค่ 3.4 หมื่นเครื่อง ในปี 2555 เป็น 2.1 ล้านเครื่อง ในปี 2558 โดยมีมูลค่าประมาณ 7,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.2 แสนล้านบาท

ความจริงแล้วเดิม บริษัท โซนี่ เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีโทรทัศน์แบบ OLED โดยวางตลาดโทรทัศน์แบบนี้เป็นครั้งแรกในขนาด 11 นิ้ว เมื่อปี 2550 แต่ปัจจุบันซัมซุงเป็นผู้นำเทคโนโลยีโทรทัศน์แบบนี้ โดยมีส่วนแบ่งตลาดโลกมากถึง 97% โดยล่าสุด บริษัท ซัมซุง ประกาศเมื่อเดือน พ.ค. 2555 ที่จะเริ่มวางตลาดโทรทัศน์แบบ OLED ขนาด 55 นิ้ว ในครึ่งหลังของปี แต่ราคาขายปลีกคาดว่าจะแพงมาก คือประมาณ 3 แสนบาท แต่คาดว่าราคาจะลดลงมากเมื่อมีการผลิตจำหน่ายจำนวนมากในช่วง 23 ปีข้างหน้า ขณะที่บริษัท LG ก็ประกาศจะเริ่มวางจำหน่ายโทรทัศน์แบบ OLED ขนาด 55 นิ้ว ในช่วงปลายปีนี้เช่นเดียวกัน

การแข่งขันระหว่างซัมซุงและ LG ซึ่งเป็นผู้ผลิตโทรทัศน์อันดับ 1 และ 2 ของโลกแบบเป็นคู่รักคู่แค้นสัญชาติเกาหลีใต้ด้วยกันเป็นไปอย่างเข้มข้น นอกจากแข่งขันในตลาดแล้วยังแข่งขันในศาลยุติธรรมด้วย โดยเมื่อเดือน ก.ค. 2555 บริษัท ซัมซุง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงเมืองซูวอน ว่า พนักงานบริษัท LG Display จำนวน 6 คน ได้พยายามขโมยเทคโนโลยีเกี่ยวกับจอภาพ OLED จากซัมซุง โดยไปติดต่อกับพนักงานผู้เชี่ยวชาญ OLED ของซัมซุง ชักชวนให้มาทำงานที่บริษัทของตนเอง

ขณะที่บริษัท LG ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยกล่าวว่าเทคโนโลยี OLED ที่ซัมซุงกล่าวอ้างว่าขโมยมานั้น ความจริงแล้วเป็นเทคโนโลยีที่รู้กันแพร่หลายอยู่แล้วในแวดวงอุตสาหกรรมนี้ ไม่ได้เป็นความลับทางการค้าแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น LG ไม่ต้องการเทคโนโลยีจากซัมซุงแต่อย่างใด โดยเทคโนโลยี OLED ของ LG นั้น แตกต่างจากของซัมซุงอย่างสิ้นเชิง พร้อมกันนี้ LG ได้แจ้งจะฟ้องกลับบริษัท ซัมซุง ในข้อหาหมิ่นประมาทอีกด้วย

ส่วนการแข่งขันระหว่างโซนี่และพานาโซนิค ผู้ผลิตโทรทัศน์อันดับ 3 และ 4 ของโลก และเป็นบริษัทญี่ปุ่น กลับตรงกันข้าม ได้ลืมเลือนความบาดหมางใจในอดีต เนื่องจากตระหนักกันว่าหากมัวแต่แข่งขันกันเองแล้ว จะพ่ายแพ้แข่งขันกับค่ายเกาหลีใต้ได้ ดังนั้นได้กอดคอทำการวิจัยและพัฒนาในด้าน OLED ร่วมกัน เพื่อให้ไล่ตามเทคโนโลยีของค่ายเกาหลีใต้ให้ทัน ตามสุภาษิตที่ว่า “รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท