posttoday
ชู11บริษัทลงทุนสำเร็จในตปท.

ชู11บริษัทลงทุนสำเร็จในตปท.

21 กันยายน 2555

รายได้เกิน500ล.เหรียญ/ปี พบธุรกิจโตกว่าคู่แข่ง2เท่า

รายได้เกิน500ล.เหรียญ/ปี พบธุรกิจโตกว่าคู่แข่ง2เท่า

BCG ยก 11 บริษัทไทย ประสบความสำเร็จในการออกไปลงทุนต่างประเทศ โตเร็วกว่าคู่แข่ง

นางต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ BCG ได้นำเสนอผลการศึกษาในหัวข้อ “2012 BCG Southeast Asia Challengers : The Companies Pilto” ว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการเติบโตที่สูง ขณะเดียวกันยังพบว่าบริษัทเอกชนในกลุ่มประเทศเหล่านี้มีการไปลงทุนในต่างประเทศจนกลายเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมนั้นๆ ในตลาดโลก

บีซีจีได้มีการสำรวจและจัดอันดับบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 50 บริษัท ที่มีการลงทุนต่างประเทศและประสบความสำเร็จ พบว่าเป็นบริษัทในประเทศไทย 11 บริษัท อินโดนีเซีย 12 บริษัท มาเลเซีย 12 บริษัท สิงคโปร์ 11 บริษัท ฟิลิปปินส์ 2 บริษัท และเวียดนาม 2 บริษัท

บริษัทไทย 11 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท บ้านปู (BANPU) กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มซีพี บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น (MINOR)

กลุ่มน้ำตาลมิตรผล บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF)

สำหรับหลักในการคัดเลือกนั้น จะต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้มากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี มีผลกำไรเป็นบวกและมีการไปลงทุนต่างประเทศจนมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเกิน 10% ของรายได้รวม

“50 บริษัท เหล่านี้มีการเติบโตประมาณ 18% สูงกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเติบโตเพียง 9%” นางต้องใจ กล่าว

ขณะที่บริษัทในประเทศไทยนั้น หากพิจารณาจากเกณฑ์ดังกล่าวอาจมีหลายบริษัทน่าจะถูกจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือทีซีซี กรุ๊ป แต่เนื่องจากเป็นการส่งออกมากกว่าการไปลงทุนในต่างประเทศ แต่การคัดเลือกในปีถัดไปอาจได้รับการคัดเลือก รวมถึงบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) แม้ว่าจะมีสัดส่วนรายได้ 30% มาจากผู้ป่วยชาวต่างชาติ แต่เนื่องจากรายได้รวมต่ำกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้บีซีจีได้จัดอันดับบริษัทระดับโลก ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้มีการจัดอันดับบริษัทในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเจาะลึกเป็นรายประเทศและลดระดับของขนาดบริษัทลง เพื่อจะได้เป็นแนวทางให้กับบริษัทขนาดกลางของไทยจะได้ทราบถึงกลยุทธ์ในการไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อจะได้รับมือกับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

ทางด้านนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการ บริษัท ทุนภัทร (PHATRA) กล่าวภายหลังได้รับฟังผลศึกษาดังกล่าวว่า มีหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยต้องขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ เหตุผลแรกเพื่อรักษาสถานภาพการแข่งขันของไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน รองรับการเปิดเสรีประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน

นอกจากนี้ บริษัทไทยทุกวันนี้มีกำไรรวมกัน 3.3 ล้านล้านบาท ประมาณ 33% ของรายได้ประชาชาติ โดยกำไรมีการเติบโตมากกว่า 10% ขณะที่รายได้ประชากร มีการเติบโตปีละ 4-5% ดังนั้นหากต้องการให้บริษัทมีการเติบโตของกำไรอีก จะต้องอาศัยการเติบโตจากต่างประเทศ เพราะมิเช่นนั้นกำไรจากธุรกิจจะมาเบียดบังรายได้จากประชากรในส่วนของชนชั้นกลาง

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ